อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563

'นิกร'แนะเร่งถอดชนวนแก้รธน. ถก'ส.ว.'เข้าใจก่อนวิกฤติ

“นิกร”แนะเร่งถอดชนวนแก้รัฐธรรมนูญ ระบุต้องคุยส.ว.ให้เข้าใจสถานการณ์ก่อนเกิดวิกฤติ เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 22.44 น.

 
เมื่อวันที่ 26 ก.ย.นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.)  พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ ก่อนรับหลักการ จำนวน 6 ฉบับกล่าวถึงการประชุมนัดแรกวันที่ 30 ก.ย.ว่า แม้กมธ.ไม่ครบ 3 ฝ่ายตามข้อบังคับฯ เพราะฝ่ายค้านขอไม่ร่วม แต่เป็นสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาล กับส.ว.ต้องช่วยกันแบกไว้ ซึ่งการชะลอไว้แค่ 30 วันอาจไม่ใช่การเตะถ่วง แต่เป็นการยืดลมหายใจของสถานการณ์ออกไป เพื่อมาคุยกันให้เข้าใจว่า จะเอากันอย่างไรเนื่องจากเหตุผลที่ส.ว.ท่านหนึ่งอภิปรายมาก็มีเหตุผล เพราะ 4 ร่างแก้ไขรายมาตราที่พรรคฝ่ายค้านเสนอด้วย อาจจะมีหลักการซ้ำซ้อนกับร่างแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จนอาจมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความ เพราะการแก้ไขโดยส.ส.ร. สามารถแก้ไขในส่วนอื่นๆที่เป็นเนื้อหาอีก 4 ร่างได้อยู่แล้ว
 
ดังนั้นการเบรกเรื่องนี้ไว้เพื่อคุยกันในชั่งโมงสุดท้ายที่ส.ว.มีท่าทีที่จะไม่รับนั้น เพื่อยืดเวลาก่อนที่จะล้มเหลวไปตามที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาลเสนอก็มีเหตุผล เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้เป็นไฟลต์บังคับของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะต้องโหวตเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีส.ส.ร.ตามที่ลงชื่ออยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้

นายนิกร กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว คิดว่าสิ่งที่ต้องไปอธิบายให้ส.ว.เข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศที่มีความน่าเป็นห่วงมากว่า จะหนักถึงขั้นเป็นสถานการณ์วิกฤติ เพราะต้องยอมรับว่า ขณะนี้มีเชื้อจากหลายเรื่องซ้อนกันอยู่ โดยมีเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐแล้ว ที่อาจจะทำให้ประเทศไทยทรุดลงกับพื้นเลยก็ได้ โดยเฉพาะการชุมนุมที่คนรุ่นใหม่นัดในวันที่ 14 ต.ค. ที่จะไม่ได้มีแค่ม็อบคนรุ่นใหม่เท่านั้นหากแต่จะรวมเอาผู้คนฝ่ายประชาธิปไตยมาด้วยมาก แต่ถ้ารัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไขไปบ้าง ความกดดันในเรื่องต่างๆจะลดลง

ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ควรจะมีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อนถึงเวลาจะเกิดเรื่อง เพราะกมธ.สามารถตัดสินใจได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องศึกษาอะไรกันแล้วเพียงแต่ไปคุยว่า จะทำหรือไม่ทำอะไร เป็นสถานการณ์ทางการเมืองล้วนๆ ซึ่งส่วนตัวยังมีความหวังว่า จะคุยกันได้ เพราะถ้าเป็นการหยุดเพื่อต่อลมหายใจ ทำความเข้าใจกันก่อนที่จะตกเหวไป เหตุการณ์ก็จะคลี่คลาย เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน ทั้งหมดจึงถือเป็นความรับผิดชอบของสภาโดยแท้ หากไม่รีบตัดสินใจสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเรื่องที่เราแบกรับกันไม่ไหว ทั้งรัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบบริหารประเทศและวุฒิสมาชิกถ้ายังลังเลอยู่จะปฏิเสธความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    10%
  • ไม่เห็นด้วย
    90%

บอกต่อ : 21