อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

วอน"บิ๊กตู่"รับข้อเสนอส.ส.-ส.ว.ใช้แก้สถานการณ์

“องอาจ”วอนนายกฯรับข้อเสนอจากเวทีรัฐสภาไปใช้แก้สถานการณ์ ด้าน"เทพไท"ห่วงการเมืองร้อนแรง แนะ"บิ๊กตู่"แยกการเมืองของรัฐบาลออกจากสถาบัน พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 14.32 น.


เมื่อวันที่ 28 ต.ค.  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า  จากการประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ เพื่อขอให้มีการอภิปรายทั่วไป เมื่อ 2 วันที่ผ่านมานั้น ตนรู้สึกพอใจภาพรวมการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงได้แสดงจุดยืน พร้อมนำข้อเสนอ ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่หลากหลาย เพื่อช่วยกันหาทางออกในการแก้ปัญหาของบ้านเมือง  ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภาได้ทำหน้าที่ควบคุมการอภิปรายให้อยู่ภายใต้ข้อบังคับได้อย่างเหมาะสม สำหรับนายกรัฐมนตรีควรนำความคิดเห็นและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาของบ้านเมืองต่อไป แม้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอจากสมาชิกบางคน อาจทำให้นายกฯไม่ค่อยสบายใจ แต่นายกฯ ควรเปิดใจกว้างพิจารณาข้อเสนอต่างๆ ด้วยใจเป็นธรรมโดยยึดเอาประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ข้อเสนอใดที่นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจังและรวดเร็วได้ก็ควรเร่งทำเพื่อให้เกิดผลอย่างแท้จริง

นายองอาจ กล่าวอีกว่า  การที่แต่ละฝ่ายที่มีจุดยืนความคิดเห็นข้อเรียกร้องที่แตกต่างกันได้มีโอกาสคุยกัน ประชุมร่วมกัน น่าจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่งในการที่ทำให้ไม่เกิดการเผชิญหน้ากันจนอาจนำไปสู่ความรุนแรงที่ไม่พึงปรารถนา และอาจนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ที่ทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ในที่สุด



ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  จากการประชุมดังกล่าวทำให้เห็นว่าบรรยากาศทางการเมืองทั้งในสภาและนอกสภา มีความร้อนแรงขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ประชุมรัฐสภา มีการกรีดเลือดประท้วง ระหว่างการอภิปราย ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังเผยแพร่ไปทั่วโลก นับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทยในระบบรัฐสภา  ส่วนการเมืองนอกสภา ของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้ยกระดับการชุมนุมขึ้นตามลำดับ และยังมีการชุมนุมของกลุ่มปกป้องสถาบันที่สวมเสื้อเหลือง นัดชุมนุมในสถานที่ต่างๆบ่อยครั้งมากยิ่งขึ้น อาจจะเกิดปัญหาความวุ่นวาย 

นายเทพไท กล่าวอีกว่า  การเผชิญหน้าระหว่างการชุมนุมของมวลชน 2 กลุ่ม ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องหามาตรการควบคุมดูแลไม่ให้การชุมนุมบานปลายออกไปจนไม่สามารถที่จะควบคุมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประเด็นล่อแหลมที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม ซึ่งรัฐบาลจะต้องแยกแยะระหว่างปัญหาทางการเมืองของรัฐบาล กับปัญหาการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากกัน เพื่อไม่ให้ปัญหาการเมืองของรัฐบาลไปเกี่ยวโยงกับปัญหาของสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ควรนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆทั้งสิ้น รัฐบาลต้องทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง เป็นที่เทิดทูนของประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 11