อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

กรมอุทยานฯออกโรงยันปลอกคอไม่มีผลพฤติกรรมช้าง  

กรมอุทยานฯยันเคนยาดูดข้อมูลช้างไทยไม่ได้ ชี้ปลอกคอไม่มีผลพฤติกรรมช้าง ส่วน “พลายดื้อ”ใช้ปลอกคอระบบปฏิบัติการอินเดีย ระบุติดปลอกคอเพื่อแก้ปัญหาช้างป่าขัดแย้งชาวบ้าน เผยปี 62-63 สถิติชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายตายรวม 87 คน  พุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 14.40 น.


เมื่อวันที่ 20 ม.ค. นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ ผอ.ส่วนสารสนเทศด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ น.สพ.เบญจรงค์ สังขรักษ์ นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ นายรองลาภ สุขมาสรวง อาจารย์คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการศึกษานิเวศวิทยาและการเคลื่อนที่ช้างป่า อุทยานฯ เขาใหญ่ นายอนรรฆ พัฒนพิบูลย์ ผอ.สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS Thailand) น.ส.ดวงกมล วงศ์วรจรรย์ ตัวแทนกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ร่วมกันแถลงถึงกรณีช้างป่าอุทยานฯ เขาใหญ่ ทำร้ายนักท่องเที่ยว 

โดยนายประกิต กล่าวว่า สถานการณ์ช้างในเขตอุทยานเขาใหญ่ มีช้างป่าจำนวน 300 ตัว โดยมีช้างส่วนหนึ่งอยู่ในบริเวณส่วนนันทนาการจำนวน 10 ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ. ช่วงฤดูหนาว ของทุกปี ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงเวลาที่ช้างตกมันและมักพบว่ามีช้างป่ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ เช่น พลายหลับ พลายงาอ้วนเล็ก พลายดื้อ พลายโยโย่ พลายด้วน เป็นต้น

ด้าน นายรองลาภ กล่าวว่า สำหรับโครงการศึกษานิเวศวิทยาและการเคลื่อนที่ช้างป่า อุทยานฯ เขาใหญ่ มีความเป็นมายาวนานมาก่อนหน้านี้ โดยมีการศึกษาประชากรช้างป่าเขาใหญ่ด้วยการเดินศึกษาเส้นทางกว่า 200 กม. จนทราบว่าช้างป่ามีกี่ตัว ซึ่งพื้นที่อื่นเราจะทราบถึงปัญหาช้างออกนอกพื้นที่ป่า และเกิดผลกระทบทั้งต่อช้างป่าและคน แม้แต่เขาใหญ่เอง เป็นปัญหาที่กระทบกับช้าง พอเราได้ข้อมูลประชากรช้าง ตนจึงสนใจศึกษานิเวศวิทยาในเชิงลึก โดยมีนิสิต ป.เอก ที่ได้รับทุนจาก สวทช. และคณะสัตวแพทย์เข้าร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเคลื่อนที่ช้างป่าเขาใหญ่โดยการติดสัญญาณวิทยุดาวเทียม เพื่อศึกษาว่าผลกระทบจากการท่องเที่ยวส่งผลอย่างไรต่อช้างป่า ทั้งในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว และบริเวณที่ช้างป่าเขาใหญ่ออกนอกพื้นที่ โดยได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ เมื่อเดือน พ.ย. และติดปลอกคอช้างเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ด้าน น.สพ.เบญจรงค์ กล่าวว่า ตนได้เข้าร่วมในโครงการติดปลอกคอช้างป่าเขาใหญ่ ยืนยันว่าการติดปลอกคอพลายดื้อใช้มาตรฐานเดียวกับที่ดำเนินการในทั่วโลก ทั้งยาและปลอกคอที่ใช้ ในส่วนของตนรับผิดชอบในเรื่องการวางยาช้าง ซึ่งยาที่ใช้ไม่ใช่ยาสลบที่อาจทำให้ช้างตายได้ แต่เป็นยาซึมที่ทำให้ช้างซึมเท่านั้น และจะยังคงยืน ส่งเสียงกรน งวงตก จึงเข้าไปดำเนินการติดปลอกคอได้ จากนั้นก็ได้ให้ยาแก้ซึม 4-5 นาที ช้างก็จะกลับมาเป็นปกติและเสียงกรนหายไป ยืนยันว่าขั้นตอนทั้งหมดที่นักวิชาการดำเนินการใช้เวลาเพียง 30 นาที และมีทีมเจ้าหน้าที่ติดตามดูความปลอดภัยของช้างตลอด

ขณะที่นายศุภกิจ กล่าวว่า ในการใช้อุปกรณ์ติดตามตัวสัตว์ ประเด็นแรกต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเราไม่ได้เพิ่งดำเนินการ ซึ่งการใช้อุปกรณ์ติดตามตัวช้าง กรมอทุยานฯ เริ่มดำเนินการปีเมื่อปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาช้างออกนอกพื้นที่ป่าและเกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า โดยปัจจุบันติดอุปกรณ์แล้วในพื้นที่ 4 กลุ่มป่า 5 พื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 11 ตัว และมีเป้าหมายดำเนินการทั่วประเทศ 67 ตัว ส่วนการติดปลอกคอมีผลต่อพฤติกรรมสัตว์หรือไม่นั้น ในทางวิทยาศาสตร์อุปกรณ์ที่ติดตามตัวสัตว์จะมีน้ำหนักไม่เกิน 2% เมื่อเทียบกับช้างน้อยกว่า 0.5% ของน้ำหนักตัว คือหนักเพียงแค่ 10 กก. และอุปกรณ์นี้แพร่หลายทั้งในไทยและระดับสากล เป็นการยังประโยชน์ในการจัดการช้างป่าและสัตว์ป่าอื่นๆ

นายศุภกิจ กล่าวว่า ส่วนอุปกรณ์ส่งผลต่อพฤติกรรมของช้างหรือไม่ และใช้เวลาแค่ไหนในการปรับตัวนั้น ช้างเป็นสัตว์เรียนรู้เร็ว มีสมองขนาดใหญ่ ในช่วงแรกๆ ในบางเคสบางตัวอาจมีความรู้สึกแปลกปลอม แต่อาการนี้จะหายไป ในระยะเวลาไม่นาน ประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้นจะคุ้นชินกับอุปกรณ์ เพราะในทางเทคนิคมีน้ำหนักเบามาก จากนั้นจะเข้าสู่พฤติกรรมการหากินปกติ และไม่มีผลต่อพฤติกรรมและการปรับตัวของช้าง

ส่วน น.ส.ดวงกมล กล่าวว่า กองทุนสัตว์ป่าโลก ได้ร่วมงานกับ 100 ประเทศทั่วโลก โดยในเรื่องการติดปลอกคอช้างป่า ยกตัวอย่างในอินโดนีเซีย มีการติดปลอกคอ 25 ตัว ในแทนซาเนีย ที่มีการลดลงของช้างป่า และการลักลอบล่าช้างป่าเพื่อเอางา ซึ่งการติดปลอกคอช่วยได้มากในการติดตามช้า โดยติดปลอกคอแล้ว 60 ตัว รวมทั้งพื้นที่อุทยานฯ มาไซมารา ของประเทศเคนยา ก็ตั้งเป้าติดปลอกคอทั้งหมด 60 ตัว และประเทศเมียนมา โดยจากรายงานของกองทุนสัตว์ป่าโลกช้างที่ติดปลอกคอไม่มีพฤติกรรมทำร้ายคน

เมื่อถามว่ามีนักอนุรักษ์ในพื้นที่เขาใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่าปลอกคอที่ใช้วิจัยช้าง ใช้สัญญาณดาวเทียมจากประเทศเคนยา และมีข้อกำหนดต้องติดให้ครบ 3 ตัว จึงจะเปิดสัญญาณติดตามตัวช้างได้ และสุดท้ายจริงหรือไม่ที่ผลงานวิจัยครั้งนี้จะตกเป็นของประเทศเคนยา นายศุภกิจ กล่าวว่า ในส่วนของกรมอุทยานฯ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เป็นคนละระบบกับของคณะวนศาสตร์ ตัวปลอกคอทำงานได้ด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องการรับส่งสัญญาณนั้นเป็นเซิร์ฟเวอร์ดาวเทียมของประเทศเคนยา ซึ่งจะรายงานผลในระดับความเร็วเป็นวินาทีมาถึงผู้ใช้งานทันทีมีความละเอียดและความถี่ในการรายงานมาก เพราะต้องดูแลช้างป่าไม่ให้ออกนอกพื้นที่

นายศุภกิจ กล่าวว่า ดังนั้นเมื่อเทียบกับการใช้กำลังคนและทรัพยากรในการเฝ้าระวัง ติดตามช้างป่าที่ออกนอกพื้นที่ และก่อให้เกิดความสูญเสีย ซึ่งอุปกรณ์ตัวละ 1 แสนบาท ถือว่ามีความคุ้มค่า เพราะมีระยะเวลาในการใช้งานได้ 10 ปี จากที่ติดอุปกรณ์มา 3-4 ปี แบตเตอรี่ก็ยังเต็มอยู่ และหากต้องการปลดก็สามารถปลดโดยระบบอัตโนมัติผ่านแอพพลิเคชั่นได้ ยืนยันว่าข้อมูลต่างๆ เคนยาไม่สามารถนำไปใช้ได้ เพราะเป็นจรรยาบรรณของผู้ให้บริการระบบที่จะไม่ทุบหมอข้าวตัวเองด้วยการเอาข้อมูลที่เราซื้อมาแล้วไปใช้ในทางเทคนิค ตนยังไม่เคยเห็นการเอาข้อมูลดาต้าที่เราซื้อมาแล้วไปใช้โดยพลการ

นายศุภกิจ กล่าวว่า ทั้งนี้ สำหรับสถิติช้างป่าทำร้ายประชาชนจนเสียชีวิตนั้น ในปี 2563 มีจำนวน 39 ราย ลดลงจากปี 2562 ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 48 ราย รวมทั้งสถิติช้างออกนอกพื้นที่ป่ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านก็ลดลงด้วย

ด้านนายรองลาภ กล่าวว่า อุปกรณ์ที่ตนใช้เป็นระบบปฏิบัติการของอินเดีย มีอายุการใช้งาน 10 ปี โดยมีดาวเทียมรับส่งสัญญาณในประเทศอินเดีย ซึ่งเปิดใช้งานได้ตั้งแต่หลังติดอุปกรณ์ โดยในวันเกิดเหตุก็พบว่ามีสัญญาณของพลายดื้ออยู่รอบๆ บริเวณผากล้วยไม้ แต่ไม่ใช่จุดเกิดเหตุ รวมทั้งทราบว่ามีเสียงช้างป่าร้องรับส่งกันโดยรอบบริเวณด้วย โดยอุปกรณ์จะส่งสัญญาณมาทุกๆ 4 ชั่วโมง ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ปรับเวลาการส่งสัญญาณเป็นทุกๆ 1 ชั่วโมงแล้ว ทั้งนี้ สัญญาณอาจขาดหายไปได้หากช้างเข้าไปในพื้นที่ป่าทึบอับสัญญาณ ทั้งนี้ ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ ให้ดำเนินการศึกษาวิจัยเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยเดิมจะดำเนินการติดปลอกคอ 2 ตัว คือช้างที่ออกมาในพื้นที่ส่วนนันทนาการ คือ พลายดื้อ และช้างที่ออกนอกพื้นที่ป่าเขาใหญ่ และเกิดความขัดแย้งกับชาวบ้าน แต่เมื่อเหตุการณ์ขึ้นจึงต้องชะลอไว้ก่อน

เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องให้มีการถอดปลอกคอช้างพลายดื้อนั้น นายประกิต กล่าวว่า เรายืนยันว่าดำเนินการตามมาตรฐานและหลักปฏิบัติในระดับสากล และไม่กระทบกับช้าง.
  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น