อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

จี้รัฐ ตั้งคกก.สอบไทม์ไลน์ "ศักดิ์สยาม-ไก่อู" ติดโควิด หลังพบไม่ตรงปก

“ไทยสร้างไทย” จี้รบ.ตั้งกรรมการสอบไทม์ไลน์ “รัฐมนตรี-ไก่อู” ติดโควิดเพื่อความโปร่งใส แนะรัฐไฟเขียวให้ รพ.เอกชนจัดซื้อวัคซีนได้เอง เป็นทางเลือกผู้ประกอบการ พฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 11.48 น.

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. น.ส.เกณิกา ตาปสนันทน์ สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย เรียกร้องให้บุคคลสำคัญในรัฐบาลอย่างนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม หรือ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยไทม์ไลน์ของตัวเองอย่างละเอียดตามเงื่อนไขที่กำหนดใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ หลังจากสังคมข้องใจว่าอาจมีการปกปิดข้อมูลในบางช่วงโดยเฉพาะข้อมูลของนายศักดิ์สยามที่ไม่ตรงกับที่มีการเปิดเผยจากสื่อมวลชน ดังนั้นในฐานะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญระดับประเทศ สมควรจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี

“การที่ท่านไม่เปิดเผยอย่างละเอียด เป็นเพราะท่านไปพื้นที่เสี่ยงที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ประชาชนรู้ได้ใช่หรือไม่ แต่ท่านเป็นถึงรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจในรัฐบาล ยิ่งต้องเปิดเผยและยิ่งต้องป้องกันโควิด-19 เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชน อยากถามว่าท่านได้ลงทะเบียนหรือเช็กอินแอพพลิเคชั่นหมอชนะเหมือนประชาชนทั่วไปหรือไม่ ในเมื่อแอพนี้เป็นที่ภาคภูมิใจของรัฐบาล แต่ท่านกลับไม่ได้ใช้ ขนาดรัฐมนตรียังไม่ทำแล้วจะให้ประชาชนทำตามได้อย่างไร” น.ส.เกณิกา กล่าว

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า หากนายศักดิ์สยามหรือ พล.ท.สรรเสริญ ถูกจับได้ว่าปกปิดไทม์ไลน์จริง ก็เข้าข่ายข้อหาจงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรค เป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ด้วย ดังนั้นทางที่ดีรัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหรือตัวท่านเองควรออกมาพูดความจริงทั้งหมดกับประชาชน

“ถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลควรพิจารณารับรองให้ โรงพยาบาลเอกชนสามารถซื้อวัคซีนเองได้ เพราะทุกวันนี้ โรงพยาบาลต่างๆ รวมทั้งแพทย์พยาบาลต่างมีศักยภาพที่จะฉีดวัคซีนเองได้ ประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะจ่ายค่าวัคซีนเอง เพราะในเมื่อวัคซีนที่รัฐหามาทุกวันนี้ยังไม่เพียงพอ ก็ควรเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลที่พร้อม ไม่ใช่ปล่อยให้รอไปวันๆ แบบไม่มีจุดหมายแบบนี้” น.ส.เกณิกา กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น