อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

แจงเตียงเต็มแล้ว ปมแม่ร่ำไห้รพ.ไม่รับลูก10ด.ติดโควิด

สบส.ลุยชี้แจงรพ.ไม่รับดูแลเด็ก 10 เดือน ติดโควิดไว้ดูแล-ส่งต่อ รับเห็นใจทุกฝ่าย เหตุ รพ.ทุกแห่งคนไข้ล้นเตียง เร่ง จัดหาฮอสพิเทลได้แล้ว 2,500 เตียง พร้อมไฟเขียวเอกชนขยายเตียงได้ไม่ต้องเข้ากก. อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564 เวลา 16.59 น.


เมื่อวันที่ 11 เม.ย. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวถึงกรณีมีคุณแม่ไลฟ์สดผ่าน Facebook ระบุว่าลูก 10 เดือนติดโควิคมีไข้สูงแต่ไปโรงพยาบาล 3 แห่งไม่มีใครรับ ว่า กรณีคุณแม่ ที่พาลูก 10 เดือน ติดโควิดตระเวนหาโรงพยาบาลนั้นเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก และเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจกันทุกฝ่าย เพราะขณะนี้ทางโรงพยาบาลเอกชนนั้นเตียงล้นมากจริงๆ แต่ถึงอย่างไรถ้าเกินศักยภาพจริงๆ ทางโรงพยาบาลเอกชนจะต้องรับผิดชอบในการส่งต่อผู้ป่วย จัดหาเตียงให้ผู้ป่วยด้วย เรื่องนี้ตนจึง ชี้แจงทำความเข้าใจกับทางโรงพยาบาลให้ทราบอีกครั้งแล้ว

นอกจากนี้ยังดำเนินการเร่งจัดหาเตรียมไว้รองรับผู้ป่วย ซึ่งตอนนี้เราไม่สามารถประเมินได้ว่าเราจะต้องใช้เตียงมากน้อยแค่ไหนแต่ก็พยายามหาเต็มที่ คือ 1. การทำฮอสพิเทล หรือเอาโรงแรม มาเป็น คู่สัญญากับโรงพยาบาล 2.หากโรงพยาบาลเอกชนใดสามารถขยายเตียงเพิ่มได้ภายในพื้นที่ของโรงพยาบาลก็ให้ดำเนินการขยายเตียงได้เลยโดยไม่ต้องส่งเรื่องเข้าคณะกรรมการพิจารณา



ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า กรณีคุณแม่ พี่พาลูก 10 เดือน ติดโควิดตระเวนหาโรงพยาบาลนั้นเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวได้ชี้แจงมายังตนแล้ว โดยระบุว่า ทางโรงพยาบาล มีศักยภาพอยู่ 120 เตียงตอนนี้ก็รับผู้ป่วยจำนวนมากเกินศักยภาพแล้วจำต้องปิดไป อย่างไรก็ตาม กรณีแบบนี้ ให้โทรฯมาที่สายด่วน 1668 ของกรมการแพทย์ซึ่งเป็นศูนย์ จัดการเตียงของกทม. หรือสายด่วน สปสช. 1330 ซึ่งจะดำเนินการจัดหาเตียงรองรับให้

ทพ.อาคม กล่าวว่า ตอนนี้ในภาพรวมโรงพยาบาลทุกแห่ง รับคนไข้เต็มจำนวนเตียงที่สามารถรองรับได้ บางแห่งมีศักยภาพ 120 เตียงแต่รับไปแล้ว 160 เตียง ถ้าถามว่าผิดหรือไม่ตามหลักแล้ว กรณีที่โรงพยาบาล ศักยภาพรับไม่ไหวก็จะต้องดำเนินการส่งต่อ แต่ก็มีคำถามตามมาว่า ถ้าเกินศักยภาพของเขา เขาจะต้องตรวจจุดตรวจแล็บหรือไม่ ทางเราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น อยากให้ดำเนินการตรวจ เพื่อที่จะได้รู้ว่าใครติดหรือไม่ติดอย่างไร



ดังนั้น ตอนนี้ สบส.จึงเร่งดำเนินการหาทางออกโดยมีการยกระดับ AHQ ให้เป็นฮอสพิเทล คือ ให้โรงแรมจับคู่กับโรงพยาบาลทำหน้าที่เป็นเสมือนหอผู้ป่วยในของโรงพยาบาลที่ทำการจับคู่ด้วย เพื่อรับผู้ติดโควิดเข้ามาดูแล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะนี้ได้มา 2,500 เตียงแล้ว รวมถึงจะมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามอีกหลายแห่ง เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาโรงพยาบาลเตียงเต็มนั้นแก้ไปได้กว่า 90% แล้ว.

ถึงจุดนี้แล้ว?สาวลูกป่วยวนหา4ชม. ไลฟ์ร่ำไห้ไร้รพ.รักษา

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

ความคิดเห็น