อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

พ่อ-แม่"รุ้ง"ติดโควิดด้วย ซัดกรมคุกโกหกแบบหน้าด้านๆ

“รุ้ง ปนัสยา”เผยพ่อ-แม่ติดโควิดด้วย ลั่นโกรธและเสียใจมาก ซัดกรมราชทัณฑ์แถลงรับมือได้ แต่สุดท้ายยอดโควิดกลับพุ่ง เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 19.25 น.


ภายหลังน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร เปิดเผยผลตรวจพบว่าติดโควิด-19 หลังจากเพิ่งได้รับการประกันและปล่อยตัวออกมา เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีการตรวจและกักตัวคนใกล้ชิดด้วยตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 พ.ค.รุ้ง ปนัสยา โพสต์เฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ระบุพ่อแม่ได้ติดโควิด-19 ด้วยเช่นกัน และระบุว่า แจ้งให้ทุกคนทราบว่าตอนนี้พ่อกับแม่ของหนูติดโควิดแล้วนะคะ กำลังประสานรับการรักษาที่โรงพยาบาล และได้แจ้งผู้ที่ใกล้ชิดเรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวหนูและครอบครัวหนูในตอนนี้ หนูไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดออกมาได้เลยว่าหนูรู้สึกเสียใจและโกรธมากแค่ไหน กับการที่หนูและเพื่อนๆ ถูกนำตัวไปขังระหว่างพิจารณาคดี เป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน และบางคนยังคงถูกคุมขังอยู่จนถึงทุกวันนี้ จนทำให้หนูและเพื่อนๆ หลายคนติดโควิด-19 มาจากในเรือนจำ และยังทำให้คนใกล้ชิดหนู ต้องติดโรคไปจากหนูด้วย เพราะผู้ต้องขังและนักโทษไม่เคยรู้เลยว่ามีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หนักแค่ไหนในทุกเรือนจำ เพราะในทุกๆ วัน เจ้าหน้าที่จะบอกเราว่าให้สบายใจได้ ไม่มีใครติด แค่ป้องกันตัวเองให้ดีก็พอ
 
ทั้งๆ ที่กรมราชทัณฑ์ มีหน้าที่ต้องดูแลความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังและนักโทษทั้งหมด รวมถึงเรื่องสุขภาพและสุขอนามัย โดยเฉพาะสถานการณ์แบบนี้ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก
ราชทัณฑ์แถลงบอกว่าควบคุมได้ บอกว่ารับมือได้ แต่พวกเราก็ยังเห็นอยู่ว่ายอดผู้ติดเชื้อในเรือนจำเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะวันนี้ที่มียอดพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000 ราย และหนูถามจริงๆ เถอะ ที่แถลงออกมาทั้งหมดเนี่ย ยังมีอะไรปิดบังสังคมอยู่หรือไม่ ขนาดเรื่องการกักตัวของหนูพวกคุณยังโกหกหน้าด้านๆ แก้ตัวแบบเนียนๆ โถ! ข้าราชการระดับพวกคุณใช้วิธีเหมือนเล่นหลอกเด็กเลยค่ะ คิดว่าคนเขาอ่านหนังสือกันไม่ออกหรืออย่างไร และหนูโกรธที่พวกคุณยังโกหกว่าคุณดูแลชีวิตคนในเรือนจำได้ ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้ พวกเขาเหมือนอยู่เพื่อรอความตาย เพราะการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพของพวกคุณ และมาตรการป้องกันโรคที่ดักดานของพวกคุณ ที่พวกคุณคิดกันเอาเองว่ามันดีแล้วโดยไม่ได้ประเมินร่วมกับมาตรฐานสากลเลย

ผู้ต้องขังและนักโทษทุกคน มีชีวิตที่จะต้องอยู่ต่อไป พวกเขามีคนรักที่รอพวกเขากลับบ้าน มีลูกๆ หลานๆ ที่พวกเขาหวังจะให้เติบโตมาเป็นอย่างดี และมีพ่อแม่ ที่เขาหวังว่าสักวันหนึ่ง เขาจะได้กลับบ้านไปกอดพวกท่านอีกครั้ง หนูถามจริงๆ เถอะค่ะกรมราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ในเรือนจำทุกคน ถ้าคนที่ต้องอยู่ในเรือนจำนั้นเป็นพ่อแม่คุณ เป็นครอบครัวคุณ เป็นลูกหลานคุณ คุณจะทำตัวปล่อยปละละเลยแบบที่ทำอยู่หรือไม่
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    12%
  • ไม่เห็นด้วย
    88%

ความคิดเห็น