อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

เพื่อนเผย'ลุงโควิด'เป็นวิศวกร ยันไม่ตั้งใจไอใส่คนอื่นแน่

เพื่อนเผย”ลุงโควิด”เป็นวิศวกรเครื่องจักรกล และเป็นคนสมถะ น่าคบ มั่นใจไม่ได้ตั้งใจไอใส่ชาวบ้านแน่ ให้ย้อนกลับมาดูหากเป็น”ลุงโควิด”บ้าง ชี้มุมกล้องทำให้ดีเป็นร้าย ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 เวลา 14.05 น.


จากกรณีนายอนันต์ สาเหาะ อายุ 57 ปี ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กลับมาจากปากีสถานแล้วเสียชีวิตบนรถไฟขบวนรถไฟ ด่วนพิเศษ เลขที่ 37 กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก และมีกล้องวงจรปิดจับภาพขณะผู้ตายซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟบางซื่อด้วยอาการเหนื่อยหอบ จากนั้นได้เดินเข้าไปไอใส่หน้าชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่กำลังซื้อตั๋วอยู่ เท่านั้นไม่พอยังถอดหน้ากากแขวนไว้ที่หูเดินผ่านผู้หญิงเสื้อเหลืองอีกคนหนึ่งด้วย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 เม.ย.เพจเฟซบุ๊ก” Abu Gibrel Jacob ซึ่งระบุว่าตนเองเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความบอกเล่าถึงนายอนันต์ ว่า #นายช่างเปาะยาที่ผมรู้จัก เมื่อวาน( 2 มี.ค.)ทุกคนคงได้อ่านข่าวจากหลายๆสำนัก ที่ลงข่าวของ"ลุง" คนหนึ่งที่เสียชีวิตบนรถไฟที่ทับสะแก ขณะเดินทางกลับบ้านที่สุไหงโกลก ผมอาจจะเขียนยาวหน่อยและขอให้ทนอ่านจนจบ เพราะจะได้เข้าใจระบบนิเวศทางสังคมของสามจังหวัดด้วย

ตอนแรกว่าจะไม่เขียนเพราะถือเป็นเรื่องไพรเวซี่ของผู้ที่จากไปแล้ว แต่พอดูคอมเมนท์ในหลายๆที่ ทำให้อยากเขียนขึ้นมา บุรุษผู้นี้ชื่อตามบัตรคือนายอนันต์ แต่ในหมู่เพื่อนสนิทจะเรียกเปาะยา (เปาะ+ซาการียา) เป็นคนสุไหงโกลก อายุรุ่นเดียวกับผม สมัยเด็กๆไม่ได้สนิทกัน แค่ทักทายกันธรรมดาเพราะเคยเรียนอัลกุรอ่านที่เดียวกัน แต่ในระดับร.ร ประถมเรียนคนละโรง คนสุไหงโกลกที่เกิดปี 05-06 ทั้งเจ๊กจีนแขกสีแย จะรู้จักเขาดีในเรื่องความฉลาด เขาจะสอบได้อันดับต้นๆ ยังไม่ทันจบประถม หนุ่มเปาะยาข้ามฝั่งไปเรียนอีกประเทศ ( อันนี้เป็นความสามารถพิเศษของคนชายแดนที่ข้ามฝั่งไปเรียนได้ คนที่อื่นเลียนแบบไม่ได้)



ทำให้เราห่างเหินและขาดการติดต่อกันตั้งแต่นั้นมา และเขาจบประถมด้วยคะแนนข้อสอบกลางแบบดีเยี่ยม จนได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนมัธยม mrsm pengkelan chepa เป็นร.ร ประจำชั้นเยี่ยม เพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งก็คือ ดาโต้ะสรี มุคริส มาฮาเดร์ มุขมนตรีรัฐกือดาห์ สุดท้ายเปาะยาไปจบวิศวกรรมเครื่องกลที่สหรัฐอเมริกา ผมมาเจอกับเปาะยาอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ1991 ในไซด์งานซ่อมทางสายจือลี - กือริก คือถนนที่ตัดผ่านยอดเขาตีตีวังษา( สันกาลาคีรี) ถนนที่เต็มไปด้วยโค้งปราบเซียนและยังมีช้างป่าเดินเพ่นพ่านตลอดเวลา

เปาะยามาเป็นวิศวกรเครื่องจักรกล แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือเขาต้องใช้ไม้พยุงใต้รักแร้ทั้งสองข้างในการเดินเหิน ผมเพิ่งรู้ก็คราวนี้แหละว่าเขาประสพอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ล้มจนขาหักหัวเข่าเสีย ทั้งๆที่ใช้ไม้เท้าไม้พยุงนี่แหละ นายช่างเปาะยา ก็ยังสามารถที่จะปีนขึ้นไปตรวจถังไซโลปูนซีเมนต์และไซโลยางมะตอยได้ด้วยตนเอง ผมได้ร่วมงานกับนายช่างเปาะยาอีกสองไซต์งานในงานก่อสร้างถนนสายอีโปห์- คาเมรอนไฮแลนด์

ตอนนั้นตำแหน่งผมเริ่มใหญ่ขึ้นก็เลยมีโอกาสร่วมประชุมระดับบริหารไซด์งาน ก็เลยได้รับรู้ถึงระดับความสามารถใน ภาษาอังกฤษของนายช่างเปาะยาแบบแจ่มแจ้ง เวลาเขาพูด ถ้าเราปิดตาฟัง คงคิดว่ามีอเมริกัน อัฟริกัน มาร่วมประชุมด้วย เราแยกกันอีกครั้งใน ปี2000 นายช่างเปาะยาลาออกจากบริษัทในเครือที่ผมทำงานด้วย เพื่อนร่วมงานก่อสร้างเขื่อนที่ อุตรประเทศในอินเดียที่อิตาเลี่ยนไทยได้งาน ถ้าจำไม่ผิดตามด้วยงานที่ลาวและจบด้วยงานเหมืองถ่านหินที่กาลิมันตันในอินโดนิเซีย( ถ่านหินน่าจะเตรียมมาป้อนที่เทพา)



และแล้วนายช่างเปาะยาก็ลาออกจากงานทั้งหมด กลับมาอยู่บ้านและเริ่มทำงานดะวะห์ประมาณสักห้าปีที่แล้ว เปาะยาเป็นคนโลว์โปรไฟล์ แม้จะจบนอกทำงานมีหน้ามีตา แต่เขาทำตัวสบายๆ นุ่งยีนเก่าๆใส่เสื้อยืดตราห่านและคาดผ้าขาวม้าที่เอวไว้ซับเหงื่อ ไม่สูบซิกาแรต แต่สูบยาเส้นห่อใบจากแบบคนงาน #นายช่าง น่าจะมีโรคเบาหวานมาตั้งแต่อายุ 30 ต้นๆเพราะดื่มชากาแฟไม่ใส่นํ้าตาลตลอด ถ้าไม่รู้จักเขาดี เปาะยาจะดูเป็นคนที่คบยาก แต่สำหรับผม เขาคือคนที่น่าคบคนหนึ่งและคบง่าย

เปาะยาทำอาหารได้รสชาติมากโดยเฉพาะแกงเขียวหวาน พอเปาะยากลับมาอยู่บ้าน เราก็เจอกันบ่อยขึ้น เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณสักสองเดือนที่ผ่านมา แกแวะมาละหมาดมัฆริบที่มัสยิดที่ผมไปบ่อย เรายืนอยู่แถวหน้าสุด เปาะยาพิงไม้เท้าของเขาที่ตู้ข้างหน้า ขณะกำลังซูยุด ไม้เท้าเกิดล้มดังครืน ตกใจกันทั้งแถว ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน ในคลิปวีดิโอที่เอามาแชร์กันที่เปาะยาเดินเข้าช่องขายตั๋วรถไฟ บางคนถึงกับใส่ร้ายว่าเปาะยาจงใจไอหรือจามใส่คนที่ยืนอยู่ข้างหน้า ผมเป็นคนคิดบวก ลองเราเป็นเปาะยาบ้าง มือข้างหนึ่งจับกำถือไม้คํ้าซึ่งเป็นมือข้างที่ถนัด แล้วเวลาจะจามนี่ จะคิดได้ทันหรือ เราคนปกติบางทีก็ปล่อยแม่งออกมาแบบนั้นแหละ

และอีกอย่างก็คือ มุมกล้องทำให้ดีเป็นร้ายได้ทันที อันนี้คนใช้กล้องเขาจะเข้าใจดี ตอนที่ได้รับข่าวการเสียชีวิตของเขา ยังคิดว่าเขากลับมาจากโยที่อินโดนีเซีย เพิ่งรู้จากข่าวนี่แหละว่าเขาเดินทางมาจากปากีสถาน พร้อมกับเอกสาร fit to fly แต่ก็มีคอมเมนต์เหยียดๆตามกันมา หลับให้สบายน่ะนายช่างเปาะยา อัลลอหรักท่าน จึงดึงท่านมาทำงานดะวะห์ในบั้นปลายชีวิต

ล่าสุดผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก Abu Gibrel Jacob ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง ระบุว่า #นายช่างเปาะยาที่ผมรู้จัก ภาคสอง #ตอนนานาทัศนะ ผมถือว่าผมได้ทำหน้าที่เพื่อนที่ดีให้กับเปาะยาที่ผมรักแล้ว โคตรแชร์ไปถึงหมื่นกว่าๆ เพื่อนคงได้อานิสงค์จากการอ่านอัลฟาตีฮะห์และกุลฮูมาบ้าง บางคนอ่านแล้วเข้าใจ ที่เคยด่าก็เตาบัตพร้อมอิสติฆฟัร แต่บางคนไม่ยอมเข้าใจ แถมมาดราม่าหลังไมค์ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ผมคัดมา และมีนักข่าวที่วีอยู่รายหนึ่งขอสัมภาษณ์เพื่ออัดเสียงไปออกในข่าว จะถามว่าทำไมผมถึงคิดว่าเปาะยาไม่จงใจจามใส่คนข้างหน้า พูดไปก็คอแห้งเปล่า บทคนจะด่า ไม่ยอมทำความเข้าใจ ไม่เคยรู้จักคำอโหสิกรรมมาตลอดชีวิต แถมมีใจที่อคติ แบบนี้ การเงียบไม่ตอบคือสิ่งที่ดีที่สุด

ขอบคุณเพจ
Abu Gibrel Jacob

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนุ่มวัยรุ่นยังช็อกขอเวลาทำใจ ไม่คิดจะถูกลุงโควิด'ไอ'ใส่...

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 15