อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

จับปรับ500หนุ่ม'ดิลิเวอรี่สยิว' อ้างเครียด'ปัญหาส่วนตัว'

หนุ่มดิลิเวอรี่บริษัทดัง แว้นแก้ผ้าเปลือยล่อนจ้อน โผล่พบตำรวจ อ้างเครียดเรื่องส่วนตัว ชี้คดีความผิดลหุโทษ ปรับ 500 บาท ปล่อยตัวกลับ จ่ายเสร็จรีบชิ่งกลับ   จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 20.00 น.

กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปขณะ ชายวัยรุ่น ขี่รถจยย.เปลือยกายล่อนจ้อน บนถนนกาญจนวนิช ช่วงหน้ามหาวิทยาทักษิณ  เขตเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา โดยท้ายรถมีกระเป๋าส่งอาหารดิลิเวอรี่บริษัทดังแห่งหนึ่ง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ความคืบหน้า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ก.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบ นายใบ อ้วมอุ่ม อายุ 66 ปี วินจยย.หน้าวัดอุทัยธาราม เล่าว่า เวลาประมาณ 11.30 น.เห็นชายคนดังกล่าว ขี่รถจยย.มาจอดหน้าวัด พร้อมกับแก้ผ้าออก และเดินไปเดินมา ถามอะไรก็ไม่ตอบ สักพักก็ขึ้นรถจยย.ขี่ออกไปสภาพแก้ผ้าตามคลิป ต่อมาไม่นานก็ขี่กลับมาจอดหน้าวัดอีกครั้ง แล้วเดินล่อนจ้อนเข้าไปในวัดหายไปสักพัก ก็เดินออกมาสภาพสวมใส่เสื้อผ้าปกติ แล้วขี่รถจยย.ออกไปทันที 

พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผกก.สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยว่า หลังปรากฏเป็นข่าวไม่นิ่งนอนใจได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสว่าเป็นใคร ทำไปเพราะสาเหตุใด ซึ่งในทางกฎหมายเป็นความผิดลหุโทษข้อหา กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น แต่กรณีนี้สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดทำให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้คนที่หันมามอง และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจากรถที่ผ่านไปมา จึงต้องเร่งติดตามตัวมาดำเนินการโดยเร็ว

ล่าสุดชายคนดังกล่าวเดินทางเข้าพบ ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา แล้วทราบชื่อ นายโษฑสิน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปีเป็นชาว จ.สงขลา และเป็นพนักงานส่งอาหารบริษัทดังกล่าวจริง เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ทำพฤติกรรมดังกล่าวลงไปเพราะเครียดเรื่องปัญหาส่วนตัว จึงเปรียบเทียบปรับไปเป็นเงิน 500 บาท ตามมาตรา 388 ฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น และปล่อยตัวไป โดย นายโษฑสิน หลังเสียค่าปรับได้รีบเดินทางกลับไปโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดิลิเวอรี่สยิว!หนุ่มส่งอาหารดัง แก้ผ้าขี่จยย.โชว์รอบเมือง?


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    9%
  • ไม่เห็นด้วย
    91%

บอกต่อ : 20