อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

'หมอแล็บ'แฉปมทีมพัฒนา'หมอชนะ' ถอนตัวยกทีม!

“หมอแล็บแพนด้า”เผยเบื้องหลังปมทีมพัฒนาแอพ“หมอชนะ”ลาออก แฉมีหน่วยงานขอให้แก้ให้ทุกคนเป็นสีเขียว จันทร์ที่ 18 มกราคม 2564 เวลา 12.54 น.

 
จากกรณีที่ทีมพัฒนาแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” ประกาศถอนทีมและยุติบทบาทของทีมพัฒนาแอพ พร้อมกับแฉว่ามีผู้ใหญ่กดดัน แถม เจอปลัดพูด “ถึงเธอมีเฟอร์รารี ฉันก็จะเอามาขนถ่าน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 ม.ค.เพจ “หมอแล็บแพนด้า” ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า จากที่ได้ฟังทีมพัฒนาแอพหมอชนะเล่ามานะครับ เรื่องราวมีประมาณว่า กลุ่มที่ออกแบบแอพหมอชนะมีอยู่ 2 กลุ่ม ซึ่งเป็นทีมจิตอาสาเข้ามาช่วยกันต่อสู้โควิดที่ระบาดในบ้านเรา

กลุ่มแรก เป็นทีมงานรุ่นใหญ่ รุ่น Gen X เป็นทีมที่ออกแบบระบบโครงสร้างของแอพ เซิร์ฟเวอร์ และการประมวลผลของแอพ
กลุ่มที่สอง เป็นทีมงานรุ่นใหม่ Gen Y ที่ชื่อว่า code for public ทีมนี้จะช่วยกันทำในส่วนของตัวแอพ เขียนแอปขึ้นมาเพื่อให้เราดาวน์โหลดนั่นแหละครับ
เดิมทีแอพนี้ถูกออกแบบให้แจ้งสถานะได้ว่าผู้ใช้มีความเสี่ยงแค่ไหน มีตั้งแต่ระดับไม่เสี่ยงเลยที่เป็นสีเขียว ไปจนถึง เหลือง ส้ม และติดเชื้อสีแดง เวลาที่เราไปอยู่ใกล้คนที่เขาเสี่ยง แอพนี้ก็จะเด้งเตือนขึ้นมา จะได้หลีกเลี่ยงได้ถูกเพราะเชื้อไวรัสมันอยู่ในตัวคน

แต่ทีนี้พอระยะหลังมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง ก็เริ่มมีหน่วยงานต่างๆเข้ามาขอแก้แอปให้ทุกคนเป็นสีเขียว ถ้ามีการติดเชื้อเดี๋ยวหน่วยงานจะสืบเองว่าใครบ้างที่เสี่ยงเป็นสีเหลือง สีส้ม กลายเป็นว่ามีแค่หน่วยงานที่รู้ว่าใครเสี่ยง แต่ประชาชนไม่รู้ ทำให้แอพนี้เกิดประโยชน์ต่อเฉพาะหน่วยงาน แต่ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด ทำให้ผิดวัตถุประสงค์ของกลุ่มที่เขียนแอพขึ้นมา

ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทีมงานขอถอนตัวทั้งหมด และมอบแอปนี้ให้ทางการดูแล 100% แต่ก่อนจะส่งมอบ ทีมงานจะขอแก้ไขบักโปรแกรมให้ เช่น แอปกินทรัพยากรเยอะ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ผมขอเอาใจช่วยให้ทุกฝ่ายให้คุยกันด้วยดี และทำงานแบบเป็นเอกภาพ ประชาชนจะได้มีความเชื่อมั่น เพราะประชาชนคนไทยน่ารัก เขาพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออยู่แล้วล่ะครับ



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทีมพัฒนาแอพ'หมอชนะ'จ่อถอนตัว แฉถูก'ผู้ใหญ่'กดดัน...

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

ความคิดเห็น