อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 9 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 9 มีนาคม 2564

'พระมหาไพรวัลย์'ซัด'สิปป์บวร' ไม่เคยช่วยพระถูกรังแก!

“พระมหาไพรวัลย์” โต้กลับ “สิปป์บวร แก้วงาม” ชี้สิ่งที่ทำเป็นการใช้อำนาจ คุกคามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อ้างสนองงานคณะสงฆ์ แต่ไม่เคยเป็นปาก ปกป้องสิทธิพระเณรที่ถูกรังแก จันทร์ที่ 18 มกราคม 2564 เวลา 13.15 น.


จากกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือส่งถึงพระธรรมสุธี ผู้รักษาการเจ้าคณะกรุงเทพฯ หลัง “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” ได้ให้สัมภาษณ์หรือแสดงความเห็นการเมืองทางรายการทีวี สนับสนุนการชุมนุมของพระเณรปฏิรูปสถาบัน ซึ่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะเขตบางซื่อ เจ้าคณะแขวง และรักษาการเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง เพื่อดำเนินการถวายคำแนะนำ ตักเตือนพระมหาไพรวัลย์

โดยพระมหาไพรวัลย์ ได้ออกมาตอบว่าสำนักพุทธฯ ทำงาน 2 มาตรฐาน เนื่องจากเคยมีพระรูปหนึ่งออกทีวีพูดสนับสนุนเรื่องค่านิยม 12 ประการ สามารถทำได้ และไม่มีใครส่งจดหมายไปเตือนว่า ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ที่พระมหาไพรวัลย์พูดเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของพระเณรโดยตรง กลับมีจดหมายมาหาและบอกว่า ทำไม่ได้ ทำให้นายสิปป์บวร แก้วงาม โฆษกสำนักพุทธฯ ออกมาตอบโต้ด้วยว่า เป็นการทำตามหน้าที่ประสานงานกับเจ้าคณะผู้ปกครองพิจารณาดำเนินการทางปกครองคณะสงฆ์ ยันสำนักพุทธฯไม่มีอำนาจออกคำสั่ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ม.ค. พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า “คนอย่างนายสิปป์บวรไม่เข้าใจเลยว่า การที่คุณออกจดหมายในนามของผู้ตรวจราชการ การสั่งให้เจ้าคณะ กทม. สอบสวนอาตมา (ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก) เพียงเพราะอาตมาแสดงความเห็นในพื้นที่สื่อสาธารณะ มันก็คือการใช้อำนาจ คือการคุกคามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของคนอื่น



คุณอ้างเรื่องการพูดเรื่องการเมือง ทั้งที่ประเด็นเรื่องที่มาของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ที่มาของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องการให้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับพระให้ลาสิกขา การไม่อนุญาตให้พระที่พ้นมลทินในทางคดีความกลับมาครองจีวรใหม่ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องในทางการเมืองทั้งสิ้น

สำนักงานพุทธไม่ได้งอกขึ้นมาจากพระไตรปิฎก แต่สำนักงานพุทธโผล่ขึ้นมา เพราะพระเณรออกไปเรียกร้องทางการเมือง พวกคุณอ้างว่า พวกคุณมีหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ แต่พวกคุณไม่เคยเป็นปากเป็นเสียงให้กับคณะสงฆ์ที่ถูกรังแกเลย ไม่เคยทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของพระเณรอย่างที่ควรจะทำ

แต่ไหนแต่ไรพวกคุณทำเป็นอยู่เรื่องเดียว คือประจบประแจงพระผู้ใหญ่ และคนมีอำนาจ มิหนำซ้ำที่หนักไปกว่านั้น คือตอนนี้พวกคุณกำลังเปลี่ยนองค์กรที่มีหน้าที่รับใช้การพระศาสนา รับใช้พระสงฆ์องค์เณร ไปเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับใช้คนในทางการเมืองอย่างเต็มที่ แล้วไหนล่ะคำขวัญของสำนักงานพระพุทธศาสนาที่เขียนว่า "พร้อมเคียงข้างในหลักธรรม" เปลี่ยนใหม่เถอะนะ เปลี่ยนเป็นว่า "พร้อมเคียงข้างคนมีอำนาจ" แบบนี้น่าจะถูกต้องกว่า

อาตมาขอถามคุณอีกครั้งว่า สำนักงานพุทธเป็นเจ้าทุกข์ต่อเรื่องการให้สัมภาษณ์โดยสุจริตของอาตมาอย่างไร สำนักงานพุทธถึงได้เดือดร้อนหนักหนาที่จะต้องออกหนังสือให้มีการสอบสวนเช่นนี้ แล้วไม่เพียงแค่ให้สอบสวนเท่านั้นนะ แต่ยังให้รายงานผลกลับไปอีก แล้วแบบนี้ จะมาบอกว่าตนเองไม่ใช่เจ้านายคณะสงฆ์ได้อย่างไร งานที่ควรทำ พวกคุณไม่ทำเลย ปัจจัยเยียวยาพระเณรและวัดเล็กๆน้อยๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งบอกว่าจะจัดการถวายให้ไปถึงไหนแล้ว หน้ากากอนามัยทีjประทานมาจากสมเด็จพระสังฆบิดรแจกจ่ายอย่างทั่วถึงแล้วหรือยัง ความยุติธรรมที่อดีตพระผู้ใหญ่หลายรูปไม่ได้รับ พวกคุณเคยคิดจะทวงคืนให้ท่านบ้างหรือเปล่า ?

ที่อ้างว่าทำตามหน้าที่ก็ขอให้ทำตามหน้าที่ให้จริงเถอะนะ และขอให้ทำโดยธรรมด้วย ไม่ใช่ทำเพราะอยากทำ หรือทำเพราะถูกสั่งให้ทำ ขอให้ทำโดยเห็นแก่ความถูกต้องเถอะนะ ไม่ใช่ว่าทำเพราะความถูกใจหรือความพอใจของเจ้านาย อย่าทำตนเหมือนแมวหงอยเวลาอยู่กับคนมีอำนาจ แต่ส่งเสียงคำรามเอ็ดอึงเหลือเกินเวลาที่จะจัดการกับพระเณรผู้น้อย สำนึกบุญคุณกันเสียบ้างเถิด ถ้าไม่มีพระเณรผู้น้อยที่ไปร้องแรกแหกกระเชออย่างเสียสมณสารูปอยู่หน้ารัฐสภา ถ้าไม่มีพระเณรที่กล้าเจรจาเรื่องการเมือง พวกคุณไม่มีเก้าอี้ ไม่ภาษี (ที่น่าเสียดาย) ของชาวบ้านกินเป็นเงินเดือนอย่างทุกวันนี้หรอก”..

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..
- "สิปป์บวร" โต้ "พระมหาไพรวัลย์" ยันสำนักพุทธฯสนองงานสงฆ์
- 'พระมหาไพรวัลย์'ตอกสำนักพุทธฯ ถูกเตือนพูดการเมือง
- สำนักพุทธฯเตือน'พระมหาไพรวัลย์' ปมวิจารณ์การเมือง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    30%
  • ไม่เห็นด้วย
    70%

ความคิดเห็น