อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 9 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 9 มีนาคม 2564

'ภูริต'เจ้าของเวดดิ้งดัง เซ็งรพ.ทิ้งกระจก4ซม.ในแผลลูก

"วิน-ภูริต เนติมงคลชัย" เวดดิ้งแพลนเนอร์ดัง "วิน บัดดี้" โวย รพ.ดัง ผ่าตัดเศษกระจกออกจากเข่าลูกชายออกไม่หมด เหลือชิ้นยาว 4 ซม.ตกค้างอยู่นาน 2 เดือน  อังคารที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 21.15 น.

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูริต เนติมงคลชัย หรือ วิน ผู้ก่อตั้งเวดดิ้งแพลนเนอร์ชื่อดัง "วิน บัดดี้" (Vin Buddy) ที่มีฝากผลงานแต่งงานของเหล่าดารานักแสดงมากมาย อาทิ "ตูน บอดี้แสลม" กับ "ก้อย รัชวิน" และคู่ล่าสุดในงานหมั้นของ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร กับ ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ผู้ประกาศข่าวสาว โพสต์เฟซบุ๊กแฟนเพจ "Vin Buddy" โดยระบุข้อความว่า 2 เดือนผ่านไป หลังจากการพยายามวิ่งทะลุมิติ ไปอีกโลกคู่ขนานของโฮม  ทิ้งไว้ก็แค่แผล ที่น่าจะเป็นแผลเป็นแน่ๆที่คิ้ว และที่หัวเข่าเยอะพอสมควรแก่ความเป็นลูกผู้ชาย หลังจากออกจากรพ.ใกล้ๆที่เกิดเหตุครั้งนั้น(แถวอิมแพค)  เราดูแลแผลทุกจุดบนร่างกายโฮมอย่างดีมาโดยตลอด อย่างน้อยๆก็หวังที่จะช่วยเยียวยาแผลที่ใจ ที่เค้าต้องเจออะไรหนักมาไม่น้อยกว่า 40 เข็ม   
         
ผมสังเกตเห็น ที่เหนือแผลที่ใหญ่ที่สุดที่หัวเข่าซ้ายของโฮม(ตามรูป) มีอะไรบางอย่างทำให้เนื้อนูนออกมาขนาดราวๆ 6 ซม. กว้างราว 2 ซม.กว่าๆ ซี่งถือว่าใหญ่มากสำหรับเด็กตัวแค่นี้  กดแล้วเจ็บเล็กน้อย  ผมเข้าไปปรึกษาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนที่โฮมไปหาประจำแถวๆบ้านว่า มันคืออะไร หมอตรวจแล้วแจ้งว่า น่าจะเป็นเนื้อเยื้อต่างๆภายในที่กำลังพยายามรักษาตัวเองอยู่ อาจจะมีอาการบวมอะไรแบบนี้ได้บ้าง ไม่แปลก มันจะค่อยๆเล็กลงไปเอง....... หลังจากนั้น มันก็เริ่มเล็กลงเรื่อยๆจริงๆครับ ดูไม่น่ากังวลอย่างที่หมอเค้าว่า....แต่....


        
จนเกือบๆ 2 เดือน พอมันเล็กลงๆ มันกลับเผยให้เห็นถึงอะไรบางอย่างที่ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ มันเล็กลงจนเริ่มแข็งๆขึ้นมา ผมจับดูก็รู้สึกเหมือนว่ามีอะไรแข็งๆ แหลมๆ  แหลมจนเกินที่จะเป็นเนื้อเยื่อ หรือ สิ่งของจากธรรมชาติ “หรือ... มันเหมือนมีของบางอย่างอยู่ข้างในวะ....?” ยิ่งจับ ยิ่งเจ็บขึ้นเรื่อยๆตามเวลา  แต่ที่น่าแปลกใจ คือ โฮมยังเดิน วิ่งเล่น อย่างหนักหน่วง นั่งพับเข่าติดพื้นได้ ทุกอย่างปกติมาก แต่ห้ามจับ หรือว่าหมอเค้าลืมเครื่องมืออะไรไว้ในนั้นวะ ? (ผมนึกต่อไปอีก)
          
คุณหมอผิวหนังท่านนึง เค้าดูแล้วก็ว่าอาจจะเกิดจากการรักษาตัวเองของเซลล์ที่สับสน ที่บางครั้งก็สร้างแคลเซียมเป็นกระดูกอ่อนๆขึ้นมา แทนการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมา ซึ่งเกิดขึ้นได้กับแผลฉกรรจ์อย่างของโฮม....สรุป คือ...ต้องผ่าออก....!  มันจะเป็นอะไรไม่รู้แต่น่าจะต้องผ่าออก....
           


เรื่องการสับสนในการซ่อมแซมตัวเองของโฮม เป็นเรื่องแปลกสำหรับผม.....ผมไม่เคยได้ยิน ผมอยากรู้ว่าหมอท่านอื่นจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้..... (และผมก็แนะนำให้พ่อแม่ทุกคนขี้สงสัยเหมือนผม)​  ผมโทรหาน้องๆ หมอที่โรงพยาบาลเด็กที่เราเคยร่วมกันทำงาน Hug For Hope (งานที่เราช่วยกันหาทุนให้โรงพยาบาลเด็กได้หลายสิบล้าน) น้องๆหมอที่นี่ทุ่มเทกายใจดูแลเด็กๆมาทั่วประเทศแบบแทบจะไม่ได้อะไรตอบแทน และทุกคนเอ็นดูโฮมเหมือนหลานตัวเองจริงๆ มานาน ไม่มีใครจะน่าเชื่อใจเท่าน้องๆหมอที่นี่แล้วสำหรับผม เราคุยกันไปมาเพื่อหวังว่า จะไม่ต้องจับโฮมผ่าตัดอีกรอบ 
 
โฮมโดนส่งตัวไปหาคุณหมอตาล ที่อยู่ทั้ง รพ.เด็ก และโรงพยาบาลพญาไท 2 คุณหมอน่ารักมากๆ รู้จักโฮม และผมเป็นอย่างดีผ่านเพจพวกเรา คุณหมอส่งโฮมไป X-ray.....สิ่งที่เราเห็นในผล X-ray เป็นสิ่งที่ผมไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับลูกตัวเอง มันคือ เศษกระจกที่ตกค้างอยู่ในแผลโฮมตั้งแต่ครั้งแรกครับ ที่มันอยู่กับโฮมมาตลอดเกือบ 2 เดือนครับ ดูจากรูป X-ray จะเห็นว่ามันไม่ใช่ชิ้นเล็กๆเลยครับ และปลายแหลมๆของมันนั่นเองที่เริ่มแสดงตัวออกมาจนเริ่มเห็นได้ชัด  และที่สำคัญเด็กๆอย่างโฮมปรับตัวอยู่กับมันได้เป็นอย่างดีมาก “ทำได้ยังไงวะโฮมมมม?”    

ผมให้โฮมช่วยตัดสินใจ ทำใจ และ ผมขอให้คุณหมอผ่าทันทีครับ ..... แต่ไม่ยากเท่าขอร้องโฮมให้อดทน และทำใจ ทั้งๆที่ผมก็ให้เค้าฝึกทำใจมาก่อนแล้วว่าจะต้องเจอกับอะไร  “โฮม ไม่มีอะไรจะเจ็บเท่ากับที่โฮมเคยเจอมาครั้งที่แล้วอีกแล้วนะครับ ครั้งนี้มันจะเจ็บแต่ก็ไม่เจ็บมากเท่าครั้งที่แล้วนะลูก เดี๋ยวเสร็จแล้วปี๊ซื้อของเล่นที่โฮมอยากได้ให้เลย”   
     
แล้วผลที่ออกมาคือ ร้องไห้ โวยวายโรงพยาบาลจะแตกเหมือนเดิมครับ 5555555 จบด้วยการ ต้องติดสินบนเป็นของเล่นที่ใฝ่ฝันเพิ่มอีก และขอดูการ์ตูนในโทรศัพท์ผม (ที่ปกติผมไม่ค่อยให้ดู) ดูไปร้องไป ผมยืนข้างเตียง กอด และกดตัวส่วนบนโฮมไว้ไม่ให้ดิ้น..... เจ็บบบบบบ โฮมเจ็บบบบบ หมอครับ โฮมเจ็บบบบบ หยุดได้มั้ยครับ หยุดดดดด  (แต่ยังไม่หยุดดูนะ) โฮมเจ็บบบบบบบ 
        


เป็นกระจกคมๆ ออกมายาวเกือบ 4 ซม. อย่างที่เห็นครับ อยู่กับโฮมมาเกือบๆ 2 เดือน  ไม่รู้จะรู้สึกอะไรยังไงดี นี่มันความผิดใคร หมอที่โรงพยาบาลแรกเหรอ หรือ ยังไง ไม่อยากไปคิดมาก รู้แต่ว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นครับ  แต่มันเจ็บเข้าไปถึงหัวใจ ที่เราช่วยอะไรลูกเราไม่ได้ไปมากกว่านี้    
        
ผมคิดต่อไปได้ว่าต่อจากนี้ไป ผมในฐานะที่เป็นพ่อ เป็นช่างภาพ เป็น Wedding Planner เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นลูก เป็นเจ้านายคน  ไม่ว่าผมจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ในอนาคต  ผมจะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ทุกๆคนบนโลกควรจะพึงคิด และตระหนักไว้ว่า  ไม่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่เพื่อทำหน้าที่อะไร บทบาทของทุกคนสำคัญกับคนอื่นๆทั้งนั้น ไม่ทางไหนก็ทางนึง จงรับผิดชอบทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด อย่างน้อยเมื่อมีอะไรแย่ๆเกิดขึ้น  เราก็สามารถบอกกับตัวเอง บอกคนอื่นได้ว่า .“เราจะไม่เสียใจเพราะ เราได้ทำดีที่สุดแล้ว” 

ถึงแม้ว่าวันนี้โฮมอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่พ่อคนนี้อยากจะบอกโฮมว่า “รักโฮมสุดหัวใจโฮมเจ็บเท่าไหร่ พ่อคนนี้ที่ยืนกอดโฮมอยู่ เจ็บยิ่งกว่ามากนะลูก” ขอบพระคุณทุกๆกำลังใจ ทุกๆคน ทุกความห่วงใยที่มีให้โฮมและครอบครับเรานะครับ ผมอาจจะไม่ได้ตอบทุกๆคนแต่อ่านทุกคำให้โฮมฟังเสมอครับ.



ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ "Vin Buddy"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น