อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

'ลุงพล'ขอโทษ2นักข่าว อ้างเครียด-ลั่นไม่อยากได้สื่อแล้ว

"โหนกระแส" สัมภาษณ์ลุงพลทางโทรศัพท์ เปิดใจหลังของขึ้นแย่งไมค์ผลักอก 2 นักข่าว กล่าวขอโทษทำกิริยาไม่เหมาะสม โบ้ยเรื่องโดนผีเข้าให้ไปดูคลิปพระอาจารย์ให้จบ ปัดไม่กังวลหากโดนหมายจับคดีน้องชมพู่ ด้านอัจฉริยะ ซัด เงื่อนงำคดีเอี่ยวความเชื่อไสยศาสตร์ งานนี้มีแจกโรเล็กซ์คู่แน่นอน พุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 13.42 น.


จากกรณี นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล เกิดอาการไม่พอใจการทำงานของสื่อ 2 ช่อง ทำให้มีการแย่งไมค์และโวยวายต่อหน้าสื่อสำนักข่าวอื่น ๆ โดยเบื้องต้น ลุงพล อ้างว่า ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายหรือบีบคอแต่อย่างใด เป็นเพราะมีนักข่าวมาถามตลอดเกี่ยวกับประเด็นที่สำนักสงฆ์ภูหลวง ว่าค่าใช้จ่ายมีอะไรไปบ้างทั้งที่ชี้แจงไปแล้วว่าให้เทพื้นให้เสร็จก่อน ประเด็นไหนตอบได้จะตอบ ตอบไม่ได้ก็จะไม่ตอบ พร้อมฝากขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปเกินกว่าเหตุ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ในรายการโหนกระแสโดยพิธีกร "หนุ่ม-กรรชัย กําเนิดพลอย" ได้เชิญ นายนภัส ปราณีตพลกรัง หรือ ฟ้า ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี และนักข่าวทางช่องไทยรัฐทีวีอีกรายที่อ้างว่า ถูกลุงพลทำร้ายร่างกาย รวมไปถึง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่เป็นคู่กรณีในคดีความชั้นศาลซึ่งฟ้องร้องกับลุงพล มาร่วมรายการ

เบื้องต้น นักข่าวทั้งสองช่องต่างเปิดเผยทำนองเดียวกันว่า เหตุที่ลุงพลแสดงกิริยาดังกล่าวออกมาเชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะ ไม่พอใจในการทำงานของสื่อ เพราะมียูทูบเบอร์จำนวนมากที่มาเกาะติดชีวิตลุงพล เสนอแต่เรื่องดีๆของลุงพล ถ้าลุงพลไม่พอใจก็จะห้ามถ่ายได้ แต่ลุงพลห้ามสื่อหลักไม่ได้ ที่ผ่านมาทั้งสองต่างตกใจว่าทำไมลุงพลถึงทำกิริยาแบบนี้ โดยเฉพาะ ฟ้า-นภัส ซึ่งเคยต่อยมวยมาก่อน ระบุว่า ตอนนั้นตกใจมากกว่า แต่ไม่คิดจะใช้กำลังตอบโต้ เพราะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาของคนมีสติปัญญา สำหรับเรื่องต่อยมวย เป็นเพียงการชกเล่นๆ ไม่เคยไปบอกใครว่าต่อยมวยมาก่อน ส่วนที่ว่าหากต้องชกกับลุงพลแล้วเอาอยู่ไหมนั้น ตนไม่ทราบ



สำหรับประเด็นที่ว่า ลุงพล มีความเชื่อทางไสยศาสตร์เป็นอย่างมากหรือไม่นั้น นักข่าวทั้งสองเห็นพ้องว่า หากสังเกตพฤติกรรมของลุงพลมาตั้งแต่แรกก็น่าเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น ส่วนที่มีพระมาอ้างว่า ลุงพล ถูกเจ้าแม่ตะเคียนเข้าสิงนั้นนักข่าวทั้งสองช่องไม่เชื่อแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมในการแสดงความไม่พอใจลักษณะเช่นนั้น เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งมาแล้ว ช่วงที่มีชาวบ้านคนหนึ่งมาร้องเรื่องน้ำประปา แล้วลุงพลไม่พอใจเข้าไปชาร์จจนชาวบ้านต้องเข้าห้ามปราม

ด้าน ลุงพล ให้เปิดใจให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ในรายการว่า  ภาพที่ออกไปตนทำกิริยาไม่เหมาะสม ต้องขอโทษกับสื่อมวลชนทั้งช่องอมรินทร์และไทยรัฐทีวีด้วย ตนรู้สึกเครียดมากเลยทำอะไรไม่เหมาะสมลงไป ส่วนที่ว่าผีเข้านั้น แนะนำให้ดูคลิปที่พระอาจารย์พูดให้จบ สำหรับเรื่องที่จะถูกหมายจับหรือไม่นั้น ก็ไม่ได้กังวลใจแต่อย่างใด พร้อมจะสู้ไปตามกฎหมายเพราะเราไม่ได้กระทำผิด เรื่องยูทูบเบอร์ นั้นอยู่เมาะๆแมะๆ ขออนุญาตถ่ายผมเฉยๆ ไม่ได้ไปทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนแต่อย่างใด เรื่องที่แต่ก่อนอยากให้สื่อมาอยู่ใกล้ๆ แต่ตอนนี้ไม่อยากได้สื่อแล้ว อันนั้นยังยืนยันให้ทุกสื่อมาคุยกับตนได้ แต่อยากให้สอบถามเป็นประเด็น ๆ ไป สำหรับเงินบริจาคที่พระอาจารย์จะไม่รับไว้นั้น ได้ให้ทนายรัชพล เข้าไปรับฟังด้วยแล้ว เพื่อจะได้หาข้อสรุปว่าจะนำเงินบริจาคไปใช้ในการทำอย่างอื่นเพื่อทำนุบำรุงพุทธศาสนาต่อไปได้หรือไม่ 



ด้าน นายอัจฉริยะ เปิดเผยสั้น ๆ ว่า "สำหรับคดีลุงพลตนต้องไปขึ้นศาลวันที่ 25 ม.ค.นี้ เพราะถูกอีกฝ่ายฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องค่ารถ จากเดิมคู่กรณีเข้าแถวหน้ากระดานแต่ตอนนี้เหลือแค่คนเดียวแล้ว สำหรับคดีน้องชมพู่ ตนเห็นว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการทำไสยศาตร์โดยเฉพาะ การเซ่นสังเวยเด็กสาวบริสุทธิ์ ความเชื่อเกี่ยวกับเหล็กไหล และพญานาค นอกจากนี้ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "...ใครก็ตามที่ออกรายการนี้ ไม่เคยพลาดสักราย เดี๋ยวจะได้ใส่โรเล็กซ์คู่แน่นอน..."



ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก รายการโหนกระแสทางช่อง 3 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น