อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อึ้งป่าแหว่งในแก่งกระจาน เตือน'กะเหรี่ยง'อย่าแผ้วถาง

"ผอ.สบอ.3" พร้อมจนท.หลายหน่วยงาน เชิญญาติชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก บางกลอย พูดคุยปรับความเข้าไป หลังพบการบุกรุกแผ้วถางป่า อช.แก่งกระจานชัดเจน เตือนหากมีพี่น้องกะเหรี่ยงเข้าไปในป่า ให้รีบออกมาโดยเร็ว พุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 07.29 น.


เมื่อวันที่ 27 ม.ค. นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เพชรบุรี นายมานะ เพิ่มพูน หน.อุทยานฯแก่งกระจาน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปกครอง พัฒนาความมั่นคงมนุษย์ หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมยัง ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านโป่งลึก-บางกลอย หมู่ที่ 2 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยมีตัวแทนชาวกะเหรี่ยงร่วมรับฟังกว่า 100 คน ทั้งนี้สืบเนื่องจากทางกรมอุทยานฯ ได้จัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ผู้ที่อยู่ดั้งเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถอยู่ทำมาหากินได้ตลอดชั่วลูกหลาน แต่ไม่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนมือให้ผู้อื่นได้ นอกจากนี้ยังเข้าช่วยเหลือในเรื่องการประกอบอาชีพต่าง ๆ เพื่อก่อให้เกิดการกินดีอยู่ดี ลูกหลานชาวบ้านในพื้นที่มีโอกาสเข้าไปทำงานในอุทยานฯ บรรจุเป็นพนักงานราชการ มีการส่งเสริมพัฒนาด้านการท่องเที่ยว สร้างถนน-สะพาน ในพื้นที่ชุมนม "โซล่าเซล" ก็ได้ดำเนินการให้กับทุกบ้านทุกครัวเรือน เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่รับแจ้งว่า ได้มีกลุ่มชาวบ้านหลายสิบคน เข้าไปในป่าด้านเหนือบ้านบางกลอยบน ใกล้บ้านใจแผ่นดิน จากการบินตรวจของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีร่องรอยการบุกรุกแผ้วถางหลายจุด โดยเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบในข้อเท็จจริง จึงอยากให้บรรดาญาติของบุคคลที่เข้าไปในป่า ได้ช่วยติดตามให้กลับออกมาจากป่าโดยเร็ว

ด้าน นายดำ วาบุ อายุ 50 ปี ชาวกระเหรี่ยงบ้านบางกลอยบอกว่า ได้เข้าไปที่ดังกล่าวเพื่อเก็บผลหมากและจับปลา โดยค้างในป่า 1 คืน รุ่งเช้าก็เดินทางกลับเข้าหมู่บ้าน ขอปฎิเสธว่าไม่ได้บุกรุกแผ้วถางป่า แต่ยอมรับว่ามีบางคนที่กระทำผิด เนื่องจากที่ทำกินไม่เพียงพอ อีกทั้งบริเวณพื้นที่ใจแผ่นดิน เป็นพื้นที่อยู่ทำกินดั้งเดิมปลูกพืชผักผลไม้ไว้มากมาย จึงมีชาวบ้านขึ้นไปเก็บผลผลิตดังกล่าว



ส่วน นายโบลาลา มีมิ อายุ 28 ปี ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และเป็นหลานของปู่โคอี้ มีมิ ผู้นำแห่งจิตวิญญาณหมู่บ้านบางกลอยที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว เผยว่า ยินดีเป็นอย่างมาก ที่ได้รับการไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา บรรจุเป็นข้าราชการประจำ ตนทำงานมารวม 10 ปี รักป่ายิ่งชีวิตไม่อยากให้ใครทำลายป่า ก็ได้บอกให้ญาติพี่น้องอย่าบุกรุกทำลายป่า เพราะป่าเป็นหัวใจของการดำรงชีวิตทั้งคนและสัตว์ป่า 

ด้าน น.ส. นัตยา เจริญสุข อายุ 28 ปี สาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ซึ่งเป็นจนท.อุทยานฯอีกรายหนึ่ง เผยว่าทั้งบิดาก็ทำงานที่อุทยานฯแก่งกระจาน บอกกับญาติพี่น้องว่า ขอให้ทุกคนอย่าบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และผู้ที่เข้าไปในป่าเวลานี้ก็ขอให้ออกจากป่ากลับมาทำกินในที่ดินที่อุทยานฯจัดสรรให้

อย่างไรก็ตามในชั้นแรก กลุ่มชาวกะเหรี่ยงต่างเกรงว่า เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิด แต่พอมาร่วมประชุมฟังในรายละเอียด จึงทราบว่าหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาในหมู่บ้าน เพื่อดูว่ามีความเดือดร้อนในเรื่องใด เพื่อหาทางแก้ไขช่วยเหลือ รวมทั้งเพียงแจ้งให้ญาติให้ทราบ และเร่งติดตามผู้เข้าไปอยู่ในป่าให้กลับออกมาโดยเร็วแล้ว.





















คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น