อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563

อดีตนักตะกร้อดังโร่ร้องศาล ถูกเต็นท์ย้อมแมวขายรถหรู

อดีตนักตะกร้อทีมไทย “สกล จันทร์ดวง” โร่ร้องศาลขอความเป็นธรรม หลังโดนเต็นท์ชื่อดังย้อมแมวขายรถหรูให้ และพยายามเรียกร้องความรับผิดชอบแต่กลับถูกเมิน อังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น.

ผู้สื่อข่าวกีฬาเดลินิวส์ ได้รับการแจ้งจาก นายสกล จันทร์ดวง อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทยชุดเหรียญทองทั้งซีเกมส์ และ เอเชี่ยนเกมส์ ของไทยเรื่องการที่ถูกเต็นท์รถยนต์ชื่อดังแห่งหนึ่งหลอกขายรถยนต์หรู ที่มีปัญหาและเคยซ่อมหนักมาขายให้โดยการโฆษณาเกินจริง และได้มีการพูดคุยเจรจาเพื่อหาข้อยุติที่เหมาะสมแล้ว แต่ปรากฏว่า ยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรจากผู้ขาย
    
นายสกล อดีตดาวดังตะกร้อของไทย เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนเองจึงได้เดินทางไปที่ศาลแพ่งรัชดา เพื่อยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่องฟ้อง เนื่องจากตนเองได้ปรึกษาทนายแล้วก็ได้มีการติดต่อขอความรับผิดชอบจากผู้ขายรถที่ระบุก่อนขายว่ารถนี้เป็นรถใหม่วิ่งไม่ถึง 20,000 กิโลเมตร และไม่เคยซ่อมมาก่อน แต่เมื่อซื้อแล้วเกิดปัญหาขึ้น จึงได้ตรวจสอบและพบว่าเคยมีการซ่อมหนัก จึงได้พูดคุยเพื่อขอให้เต็นท์รถยนต์รับผิดชอบในส่วนที่ควรจะต้องรับผิดชอบ เนื่องจากในการโฆษณาขายรถคันนี้บอกรายละเอียดทุกอย่างว่าไม่เคยมีปัญหาใด ๆ

อย่างไรก็ตาม จากการคุยปรากฏว่าผู้ขายรถปฏิเสธที่จะรับผิดชอบเท่าที่ควรจะเป็น พร้อมทั้งบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ตนเองเห็นว่าหากไม่ดำเนินการใด ๆ จะไม่มีความรับผิดชอบเกิดขึ้นแน่ เลยมอบอำนาจให้ทนายไปยื่นหนังสือกับทางเต็นท์ เพื่อบอกเลิกสัญญาซื้อขายและเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อที่จะให้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และหรือหากว่าไกล่เกลี่ยไม่ได้ ตนเองก็พร้อมที่จะสู้เรื่องนี้จนถึงที่สุด
    
อดีตตัวเสิร์ฟทีมชาติไทย กล่าวต่อว่า เรื่องพวกนี้ตนเองเสียความรู้สึกมาก ก่อนซื้อทุกอย่างดีหมดทั้งดูโฆษณา ทั้งผู้ขาย ทั้งเจ้าของเต็นท์ พูดจนน่าเชื่อถือเพราะยอมรับว่าตนเองก็ไม่ใช่ผู้รู้เรื่องการเช็ครถหรือตรวจรถเป็น แต่พอทราบเรื่องว่าไม่ใช่อย่างที่เขาพูดไว้เหมือนถูกย้อมแมวมาขาย ก็พยายามเจรจา เพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่การคุยกันทำให้รู้ว่าคงไม่มีทางที่จะคุยกันเองได้จึงต้องพึ่งพาศาลช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งตนไม่อยากที่จะให้ใครโดนเหมือนตนเอง 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 52