อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

โพลชี้แฟนบอลอยากให้ไทยลีก"ปิดสนามเตะ"

"โพลกีฬา" เผยผลสำรวจเรื่อง "ไทยลีกกับวิกฤติโควิด-19" ระบุ "แฟนบอล" อยากให้ศึกลูกหนังอาชีพอันดับ 1 ของประเทศ ดวลแข้งแบบปิดสนามเตะ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด พร้อมแนะให้แก้ไขปัญหาการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน รวมทั้งการใช้ VAR พุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 13.57 น.


จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2020 ในมิติที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉาะแฟนกีฬาลูกหนัง ที่มีต่อการจัดการแข่งขัน ตลอดจนเสนอแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับกีฬาอาชีพของประเทศ ในมิติต่างๆ KBU SPORT POLL โดย ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ม.เกษมบัณฑิต จึงสำรวจคิดเห็น เรื่อง "ไทยลีกกับวิกฤติโควิด-19" โดยการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 17-19 ม.ค.64 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่สนใจและติดตามข่าวสารทางการกีฬา ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,083 คน (ชาย 688 คน คิดเป็นร้อยละ 63.5, หญิง 395 คน คิดเป็นร้อยละ 36.47)

ซึ่งผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า การติดตามความเคลื่อนไหวการจัดการแข่งขันไทยลีก ส่วนใหญ่ร้อยละ 78.04 ติดตามอย่างต่อเนื่อง รองลงมา ร้อยละ19.63 ติดตามเป็นครั้งคราว และร้อยละ 2.33 ไม่ได้ติดตาม, สื่อหรือช่องทางในการติดตามการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 34.77 โชเชียลมีเดีย รองลงมาร้อยละ 30.67 โทรทัศน์ ร้อยละ 15.61 หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 9.09 วิทยุกระจายเสียง ร้อยละ 5.29 สมาชิกในครอบครัว/สมาชิกในที่ทำงาน และอื่นๆร้อยละ 4.57

จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การแข่งขันไทยลีก 1 และ 2 ควรจะดำเนินการอย่างไร ส่วนใหญ่ร้อยละ 29.84 รอไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รองลงมาร้อยละ 28.81 ให้เป็นไปตามมติของ ศบค. ร้อยละ 22.05 ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ร้อยละ 10.92 แข่งขันต่อ ร้อยละ 5.44 ให้เป็นไปตามมติของสโมสรสมาชิก ร้อยละ 1.94 ตัดจบและอื่นๆ ร้อยละ 0.99

รูปแบบการจัดการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.40 แข่งขันแบบสนามปิด รองลงมาร้อยละ 26.60 แข่งขันในสนามกลางและอื่นๆ ร้อยละ 2.00, ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนใหญ่ร้อยละ 24.81 สโมสรขาดรายได้ รองลงมาร้อยละ 23.11 บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องขาดรายได้ตกงาน ร้อยละ 22.57 นักเตะขาดโอกาสในการแสดงฝีเท้า ร้อยละ17.02 แฟนคลับขาดโอกาสในการติดตามชม ร้อยละ11.75 นักเตะขาดรายได้และตกงาน และอื่นๆ ร้อยละ 0.74

ปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข ส่วนใหญ่ร้อยละ 35.79 มาตรฐานของกรรมการผู้ตัดสิน รองลงมาร้อยละ 27.55 มาตรฐานการใช้ VAR ร้อยละ 24.85 รายได้และสิทธิประโยชน์ที่พึงมีของสโมสร ร้อยละ9.44 มาตรฐานของไฟสว่างในสนามของแต่ละสโมสร และอื่นๆ ร้อยละ 2.37

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ระลอกใหม่ ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายก็ตามแต่ด้วยฟุตบอลลีกเป็นหนึ่งในกีฬาอาชีพที่สร้างสร้างความสุขและสีสันให้กับคอกีฬา โดยเฉพาะแฟนลูกหนังมาอย่างยาวนาน ดังนั้นหากพิจารณาในมิติหรือมุมมองที่กลุ่มตัวอย่างสะท้อนออกมาจะเห็นได้ว่าถึงแม้การแข่งขันไทยลีก จะต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ยังติดตามการแข่งขันผ่านสื่อหรือช่องทางต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ที่น่าสนใจหากดูในด้านการดำเนินการและรูปแบบจัดการแข่งขันกลุ่มตัวอย่างต่างเข้าใจในสภาวการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจึงสะท้อนมุมมองด้วยการให้รอจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเป็นไปตามมติของ ศบค. ขณะเดียวกันหากมีการแข่งขันต่อล้วนแล้วแต่เห็นด้วยกับการจัดแบบสนามปิด

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันควรจะรับฟังและนำไปพิจารณาแก้ไขจะเห็นได้ว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มุ่งไปที่มาตรฐานของกรรมการผู้ตัดสิน มาตรฐานการใช้ระบบ VAR และรายได้ รวมทั้งสิทธิประโยชน์อันพึงมีของสโมสรสมาชิกเป็นลำดับต้นๆ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น