อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

"ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์" ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

นักการเมืองสาวรุ่นใหม่ "ส้ม-ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์" ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ น้อมนำหลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มุ่งมั่นสร้างประโยชน์เพื่อประชาชน ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 12.47 น.

อีกหนึ่งนักการเมืองสาวรุ่นใหม่มากความสามารถ “ส้ม-ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร เขต 2 ปทุมวัน บางรัก สาทร สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ที่นอกจากดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการมาหลายกรรมาธิการ ล่าสุดยังเพิ่งรับตำแหน่งโฆษกพรรคพลังประชารัฐไปแบบหมาด ๆ ถือเป็นโอกาสดีให้เจ้าตัวเผยถึงความตั้งใจในเส้นทางการเมือง รวมถึงหลักการทำงานต่าง ๆ

ย้อนความถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางการเมือง ดร.ส้ม เล่าว่า เนื่องจากคุณลุง "ไพบูลย์ ซำศิริพงษ์" เป็นอดีตส.ว.ปทุมธานี จึงมีโอกาสเข้าไปเรียนรู้และช่วยงานด้านการเมืองในช่วงหาเสียงบ้าง ทำให้ได้รู้จักกับสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านที่อยากได้ความคิดเห็นจากคนรุ่นใหม่ ทำให้ตัวเองเข้ามาสัมผัสงานการเมืองตั้งแต่ช่วงอายุ 20-21 ปี ในฐานะที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา และค่อย ๆ ซึมซับเรื่องการเมืองมาเรื่อย ๆ  จนมีโอกาสเข้าไปร่วมงานกับคณะกรรมาธิการอีกหลาย ๆ กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคำว่า “การเมือง” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งรอบตัวของเรา คือสังคมที่เราอยู่นั่นเอง



ส่วนเส้นทางการศึกษาช่วงปริญญาตรี ดร.ส้ม เลือกศึกษาคณะบัญชี มหาวิทยาลัยรังสิต เพราะมองว่าเป็นวิชาชีพที่ได้ศึกษาครอบคลุมไปถึงด้านบริหารด้วย นอกจากประกอบอาชีพด้านบัญชียังสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานอื่น ๆ ได้ แต่สุดท้ายตอนเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกเบนเข็มไปศึกษาด้านอาชญวิทยา โดยสำเร็จการศึกษาด้านอาชญวิทยา จากมหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตท สหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาคว้าปริญญาเอกด้านอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องจากเป็นสาขาวิชาที่ยังใหม่ ไม่ค่อยมีคนเรียนมากนัก ศึกษาเกี่ยวกับสังคมและกระบวนการยุติธรรมที่ถือเป็นเรื่องรอบตัว ศึกษาตั้งแต่กาย จิต และสังคม ทำให้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น



หลังสำเร็จการศึกษา ดร.ส้มทำงานเป็นอาจารย์พิเศษด้านอาชญวิทยาให้กับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ก่อนเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และได้รับเลือกให้เป็นส.ส. เขต 2 ปัจจุบันนอกจากดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ดร.ส้มยังเป็นคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข โดยกล่าวถึงความตั้งใจในการพัฒนาสังคมว่า เวลานี้มองถึงประเด็น “ความปลอดภัยของผู้หญิง” เป็นหลัก เพราะส่วนตัวมองว่าทุกวันนี้สิทธิของผู้หญิงในประเทศไทยค่อนข้างเท่าเทียมกับผู้ชายมากแล้ว การทำงานขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ความสามารถเป็นสำคัญ แต่ด้วยสรีระของผู้หญิงอาจก่อให้เกิดข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ความปลอดภัยเมื่อต้องทำงานในเวลากลางคืน เป็นต้น

ดังนั้นจึงอยากผลักดันให้เมืองไทยเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง เพราะถ้าเมืองปลอดภัยสำหรับผู้หญิง เท่ากับว่าเป็นเมืองปลอดภัยสำหรับทุกคน ขณะนี้มีการขับเคลื่อนหลายอย่าง ในส่วนของสภามีการเสนอญัตติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาพิจารณาแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืน กระทำชำเรา  นอกจากนี้ยังร่วมกับภาคีเครือข่าย “เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง” ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการแจ้งสถานที่เสี่ยงอันตรายผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งมีการรวบรวมสถานที่ไว้มากกว่า 700 จุดแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบรับจากภาครัฐ ตัวเองจึงทำหน้าที่เป็นคนกลางในการประสานระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยล่าสุดยื่นเรื่องให้กับ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านยืนยันว่าจะนำเรื่องไปแก้ไข รวมไปถึงอาจต่อยอดนำร่องให้กทม. เป็นเมืองปลอดภัยสำหรับผู้หญิงก่อน



เมื่อถามถึงความกดดันในการเข้ามาทำงานการเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย ส.ส.ส้ม กล่าวว่า พยายามเปลี่ยนความกดดันให้เป็นความพยายาม สิ่งไหนที่เป็นปัญหาอุปสรรคก็พยายามฝ่าฟัน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น เพราะส่วนตัวเข้ามาทำงานการเมืองด้วยความตั้งใจจริง มองเห็นว่าที่ผ่านมาสังคมเกิดปัญหาอะไรบ้าง และอยากปรับเปลี่ยนสังคมอย่างไร วันนี้ได้รับโอกาสเข้ามาแล้วจึงอยากใช้อำนาจหน้าที่ในการผลักดันส่วนนั้นให้เต็มที่ โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังน้อมนำหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ เวลาทำงานอะไรต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และต้องเข้าถึงงานนั้น ๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดให้ประสบความสำเร็จ



ท่ามกลางปัญหาและการแข่งขันทางการเมืองอันดุเดือด ดร.ส้ม กล่าวถึงการให้กำลังใจตัวเองท่ามกลางปัญหาต่าง ๆ ว่า การประพฤติตัวตามความถูกต้องถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองเป็นด่านแรก เมื่อมีสิ่งใดมากระทบก็เพียงแต่ชี้แจงไปตามเหตุและผล ส่วนการให้กำลังใจตัวเอง ส่วนตัวแบ่งเวลาในแต่ละวันในการทำสมาธิเป็นประจำ ซึ่งช่วยให้มีสติในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น โดยเป้าหมายในอนาคตเพียงแต่อยากใช้โอกาสที่มีอยู่ตอนนี้ขับเคลื่อนงานของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ สร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้กับประชาชนอย่างแท้จริง



ปิดท้ายส.ส.สาวมากความสามารถกล่าวถึงการสนับสนุนจากครอบครัวว่า ตัวเองเติบโตมาโดยมีคุณพ่อเป็นนักธุรกิจ ส่วนคุณแม่ผู้พิพากษาสมทบศาลเด็ก เยาวชน และครอบครัว ได้รับการปลูกฝังเรื่องการทำประโยชน์แก่สังคมจากครอบครัวมาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อเน้นย้ำเสมอคือการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม วันนี้ได้รับโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ ความตั้งใจแรกที่ทำให้ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมืองเป็นอย่างไร คุณพ่อบอกว่าอยากให้ยึดสิ่งที่เราตั้งใจนั้นไว้ โชคดีที่ครอบครัวเข้าใจและสนับสนุนเรื่องการทำงานเต็มที่.



"รุ่นใหม่ไฟแรง"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    43%
  • ไม่เห็นด้วย
    57%

บอกต่อ : 104