อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

ทรงเผยโฉม "SIRIVANNAVARI" ออทั่ม/วินเทอร์ 2020-21

‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ สิริวัณณวรี’ ทรงทำพระหัตถ์รูปหัวใจ ระหว่างแฟชั่นโชว์ ‘SIRIVANNAVARI’ และ ‘S’HOMME’ พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 20.22 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงจัดแสดงแฟชั่นโชว์แบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme คอลเลกชั่นทรงออกแบบประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2020 - 2021 ภายใต้ชื่อ “เฟรนช์แฟลร์” (French Flair) ที่ห้องรอยัล บอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 อาทิ การตรวจวัดอุณหภูมิ และมีการจัดเตรียมเฟซชีลด์ให้แก่ผู้ร่วมงานทุกคน หลังจบการแสดงแฟชั่นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาทรงทำพระหัตถ์เป็นรูปหัวใจให้แก่แขกผู้ร่วมงานด้วย



สำหรับคอลเลกชั่นทรงออกแบบล่าสุด ทรงนำโครงเสื้อแบบเซมิกูตูร์ซึ่งเป็นไอคอนของแบรนด์มาผสมผสานกับรายละเอียดของสไตล์แห่งยุค 90 และเพิ่มเสน่ห์ของปารีเซียงสตรีตสไตล์เพื่อลุคอันโมเดิร์น ให้อิสระกับหญิงสาวในการแสดงถึงสไตล์ของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด และสนุกกับการมิกซ์แมตช์และการทำสไตลิ่งสำหรับฤดูหนาวที่ดูสวยสง่าและโรแมนติก โดยเน้นสไตล์ของเสื้อที่ดูอบอุ่นและโครงเสื้อแบบเฟมินีน/แมสคิวลีน (Feminine/Masculine) อยู่ภายใต้สีเอิร์ธโทน ที่แต่งแต้มด้วยสีสันบาดตาอย่างสีชมพูนีออน สีเขียวนีออน และสีเหลืองนีออน ประกอบด้วยเสื้อผ้าจำนวนทั้งสิ้น 38 ลุค แบ่งเป็นเสื้อผ้าสุภาพสตรีของ SIRIVANNAVARI 31 ลุค และเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของ S’Homme 7 ลุค 



คอลเลกชั่น SIRIVANNAVARI มีความโดดเด่นที่หลากหลาย ตั้งแต่เสื้อ
ไบเกอร์ตัวสั้นที่ตัดเย็บจากผ้าทวีตสีขาวทองตกแต่งด้วยขนนกฝรั่งบริเวณไหล่ใส่กับกระโปรงเข้าชุด เสื้อเคปแจ็กเก็ตผ้าทวีตที่แมตช์กับกระโปรงผ้าทวีตโดดเด่นด้วยการเลเยอร์พลีตผ้าบุหงา เสื้อทวีตแจ็กเก็ตประดับโซ่ที่เข้าคู่กับกางเกงขาสั้นผ้าทวีตสวมทับถุงน่องลายข้าวหลามตัดทอลายโลโก้ตัว S ไปจนถึงชุดราตรีดำขลิบดิ้นทองประดับกระดุมทองที่สวมทับเสื้อผ้าตาข่ายซีทรูสุดเซ็กซี่ และชุดราตรียาวผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสที่ปักเลื่อมซ้อนและโดดเด่นด้วยชายกระโปรงแบบเพ็ปลัม (Peplum hem dress蜉) ตัดเย็บจากผ้าเมทาลิค รวมไปถึงคอลเลคชั่นแคชเมียร์นิตแวร์ที่มีชุดทูนิคและเสื้อหนาวสีสดใส และคอลเลคชั่นหมวกอันหลากหลายที่ตัดเย็บจากผ้าทวีตประดับขนนกและเพลกซี่กลาส (Plexiglass) สีนีออน





ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างในคอลเลกชั่นนี้คือ งานปักชั้นเยี่ยมจาก SIRIVANNAVARI Atelier and Academy โดยซีซั่นนี้ได้นำเสนองานปักหลายรูปแบบบนเสื้อผ้าหลากสไตล์ อาทิ การปักขนนกฝรั่งเศสบนโครงเสื้อและหมวก การปักลูกปัดและเลื่อมบนผ้าทวีต ผ้าไหมซาติน ผ้าบุหงา (Tulle) และเดรสผ้าลูกไม้ ส่วนลายพิมพ์ภาพกราฟิกทรงออกแบบประจำซีซั่น ทรงนำภาพศิลปะการเป่าสี (Blow painting) มาเป็นสัญลักษณ์ประจำซีซั่นซึ่งปรากฏให้เห็นตลอดคอลเลกชั่น อาทิ ชุดทูนิคแคชเมียร์สีเขียวชาร์ทรูส (Chartreuse green) ที่คาดทับด้วยเข็มขัดโลหะทองโลโก้ตัวอักษร SIRI โดยสวมทับด้วยเบลเซอร์ลายกราฟิกประจำซีซั่น และชุดเพ็ปลัมราตรีสั้นที่ชายกระโปรงเลเยอร์ด้วยผ้าออกานซ่าลายพิมพ์ประจำซีซั่น ไปจนถึงคอลเลกชั่นผ้าพันคอ และกระเป๋าผ้าลายกราฟิก





คอลเลกชั่นเครื่องประดับจิวเวลรี่เติมคาแรคเตอร์ของหญิงสาวให้สวยเต็มร้อย ทรงนำภาพเขียนและลายเส้นฝีพระหัตถ์ที่โปรด อาทิ 
รูปเกือกม้า รูปดาว ริบบิ้น สัญลักษณ์ตัว S และเหรียญตรา มาผสมผสานกับรูปทรงและเทคนิคต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบของเครื่องประดับแบบใหม่ ๆ ให้แก่แบรนด์ เช่น โช็คเกอร์ทองขดสปริงประดับด้วยริบบิ้น ดาว และโลโก้ตัว S หรือจะเป็นกำไลทองขดสปริงประดับด้วยเหรียญประทับลายนกยูง ม้า และใบโคลเว่อร์ รวมไปถึงแหวน ต่างหูและสร้อยข้อมือรูปสัญลักษณ์อย่างหัวซิป กระดุม โบว์ประดับคริสตัลอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับสัญลักษณ์ใหม่ คือดอกไอริส (IRIS) อันเปรียบได้กับดอกไม้สัญลักษณ์ของแบรนด์  ซึ่งนำดอกไอริสมาสร้างสรรค์เป็นทั้งจี้ เข็มกลัด และต่างหูบนตัวเรือนเงินวาวแบบฟิวเจอริสติค



เครื่องหนังในซีซั่นนี้โดดเด่นที่กระเป๋าหนังลูกวัวพิเศษจากอิตาลีสีดำขลิบสีชมพูฟูเชีย และตกแต่งด้วยพู่หนังยาวที่ฝากระเป๋า หรือจะเป็นกระเป๋าทูเวย์แคร์รี่ (Two Way Carry) ไซส์นาโนสีเหลืองนีออนที่สามารถเป็นได้ทั้ง Belt Bag และ Crossbody Bag ส่วนรองเท้ามีความโก้หรูด้วยรองเท้าบูตหุ้มข้อส้นตึกและรองเท้า
บูตสูงที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บหนังชั้นสูงจากอิตาลีอันมีความละเอียดอ่อนโดยผสมผสานหนังลูกวัวเข้าไว้ด้วยกันกับส้นรองเท้าอะคริลิค ซึ่งมีให้เลือกทั้งสีดำและสีคาเมล และเพิ่มความพิเศษด้วยพื้นรองเท้าสีชมพูฟูเชียซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ อีกทั้งยังมีรองเท้าส้นเข็มที่ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินสีสดใสอย่างสีเหลือง และสีชมพูให้เลือกสรร



ไฮไลต์อีกหนึ่งอย่างคือคอลเลกชั่นแว่นตากันแดด ซึ่งเป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่สร้างสรรค์แว่นตากันแดด โดยดีไซน์แรกมีกรอบแว่นที่เป็นทรงแปดเหลี่ยมและผลิตจากอาซิเตตชั้นดี ประดับเหรียญประทับโลโก้นกยูงที่ขาแว่น โดยมีให้เลือก 3 เฉดสีด้วยกัน คือ สีกระ สีเขียว และสีน้ำตาล ที่มาพร้อมกับโซ่ทองคล้องแว่นเพื่อความเก๋และความสะดวกในการใช้งานของหญิงสาว



ขณะที่คอลเลกชั่นของ S’Homme (เอส ออม) มีความโก้หรูสไตล์แมสคิวลีน ซึ่งนำเอาโครงเสื้อแบบคลาสสิกมาดัดแปลงโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ทำให้มีสไตล์ที่ดูโมเดิร์นและโก้หรูมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การปรับโครงสร้างเสื้อให้เข้ารูป ทำให้ไหล่ดูกว้างขึ้นและเอวดูเล็กลง การเลือกใช้ผ้าลายตารางหลายแบบมาผสมกันคล้ายงานแพทช์เวิร์ค ไปจนถึงการตัดเย็บแคชเมียร์นิ้ตแวร์ โดยผสมดีเทลแบบปารีเซียงสตรีตแวร์เข้าไปในรายละเอียดของเสื้อผ้า ดังเห็นได้จากเสื้อสเวตเตอร์แคชเมียร์สีขาวกุ๊นปกด้วยเส้นกราฟิกสีส้มนีออนใส่คู่กับกางเกงลายทาง (Pintstripe) ประดับกุ๊นขอบกางเกงสีเขียวนีออน เสื้อแจ็คเก็ตดับเบิ้ลเบรสท์ (Double breasted jacket) และเสื้อโอเวอร์โค้ตที่โดดเด่นด้วยเทคนิคแพตช์เวิร์คที่นำผ้าลายตารางพริ้นซ์ ออฟ เวลส์ (Prince of Wales) มาผสมผสานกับผ้าวูลลายฮาวส์ทูธ (Houndstooth) ได้อย่างลงตัวที่ใส่คู่กับเสื้อแคชเมียร์คอเต่า ไปจนถึงชุดสูททักซิโด้ที่สวมทับเสื้อเชิ้ตทักซิโด้

คอลเลกชั่นรองเท้าก็นำเสนอทั้งรองเท้าหนังบูตหุ้มข้อตกแต่งด้วยแถบสีเขียวนีออน และรองเท้าโลเฟอร์ (Loafer) หนังกลับประดับโลหะประทับลายนกยูง ส่วนคอลเลคชั่นกระเป๋านำเสนอกระเป๋าผ้าลายกราฟิกประจำซีซั่น และที่ใส่การ์ดหนังลายเชฟรอนที่สามารถคล้องคอได้ นอกจากนี้แล้ว คอลเลคชั่นล่าสุด ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างครบครัน ตั้งแต่แฟชั่นจิวเวลรี่ อาทิ แหวน สร้อยคอ และเข็มกลัดประดับเสื้อสูท (Pinsuit) ไปจนถึงผ้าพันคอ



สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีรับสั่งถึงคอลเลกชั่นว่า ทรงตั้งใจที่จะแสดงให้เห็นถึงวิธีการมิกซ์แมตช์ วิธีการสไตลิ่ง วิธีการเลเยอร์เสื้อผ้าหลาย ๆ ชิ้นทับกันให้ดูสวยงาม โมเดิร์น และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันในช่วงฤดูหนาว โดยข้าพเจ้าได้นำเอารายละเอียดของสไตล์แห่งยุค 90s มาผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บแบบเซมิกูตูร์ (Semi Couture) แล้วเพิ่มความโมเดิร์น ความขัดแย้งและความ




สนุกสนานด้วยการทำให้เสื้อผ้าดูเป็นสตรีตสไตล์แบบชาวปารีเซียง ซึ่งก็จะทำให้คอลเลคชั่นดูทันสมัย จับต้องได้ และสวมใส่ได้ง่าย แต่ยังคงความสมาร์ตและโก้อยู่


   
“ข้าพเจ้าเลือกที่จะใช้โครงสร้างเสื้อและเอกลักษณ์ที่สำคัญของแบรนด์มาผสมผสานกับวัสดุสำหรับฤดูหนาว อาทิ ผ้าทวีต ผ้าอิตาเลียนแคชเมียร์ ผ้าวูล ผ้าไหมซาติน มาผสมผสานกับขนนกฝรั่งเศสและโซ่ทอง แล้วถ่ายทอดออกมาให้เป็นไลฟ์สไตล์ของฤดูหนาวที่ดูโมเดิร์นขึ้น ดังเห็นได้จากเสื้อแจ็กเก็ตไบเกอร์ (Biker Jacket) โครงเสื้อแบบ Asymmetrical ซึ่งคือโครงเสื้อแบบไม่สมมาตร การทำเสื้อแคชเมียร์ นิตแวร์ (Cashmere Knitwear) ไปจนถึงเสื้อเคปแจ็กเก็ต และเสื้อโอเวอร์โค้ต (Overcoat) หรือแม้กระทั่งรองเท้า
บูตหุ้มข้อส้นตึกแบบใหม่ (Wedge Ankle Boots)”.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    62%
  • ไม่เห็นด้วย
    38%

บอกต่อ : 66