อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 9 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 9 มีนาคม 2564

'น้องหยก-วรณัฐย์ ขำเปี่ยม' สาวน้อยช่างฝัน ทายาทตำนานนายทวาร

เด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ที่เราเคยเห็นเมื่อวันก่อน มาวันนี้ พวกเขาเติบใหญ่เป็นวัยรุ่นผู้เบ่งบาน และเต็มไปด้วยพลังงานเหลือเฟือ พร้อมจะออกไปแบ่งปันและเผชิญหน้ากับความท้าทายของโลกกันหมดแล้ว... อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 14.00 น.

วันเวลาผ่านไปรวดเร็วเสมอ เผลอแป๊บเดียว เด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ที่เราเคยเห็นเมื่อวันก่อน มาวันนี้ พวกเขาเติบใหญ่เป็นวัยรุ่นผู้เบ่งบาน และเต็มไปด้วยพลังงานเหลือเฟือ พร้อมจะออกไปแบ่งปันและเผชิญหน้ากับความท้าทายของโลกกันหมดแล้ว

เช่นเดียวกับแขกรับเชิญของ “โลกสีสวย-ดาวต่างมุม” สัปดาห์นี้ ที่เราได้รับเกียรติจาก ว่าที่ พ.ต.อ.ชัยยง ขำเปี่ยม อดีตนายทวารระดับตำนานของทีมชาติไทย ที่ยอมให้ “น้องหยก” นางสาววรณัฐย์ ขำเปี่ยม ลูกสาวคนเล็กสุดรักสุดหวงของบ้าน “ขำเปี่ยม” มาเปิดใจคุยกันถึงเรื่องราวต่าง ๆ

เราคุยกันหลากเรื่องราวในหลายด้าน ทั้งชีวิตส่วนตัว และชีวิตในฐานะ “ลูกสาว” ของตำนานนักฟุตบอลทีมชาติ ว่าทำให้ “น้องหยก” เหมือนหรือแตกต่างจากเด็กสาวทั่วไปหรือไม่

ลองติดตามอ่านเรื่องของเธอดู คุณจะรับรู้ได้ถึงพลังแห่งความฝันของคนรุ่นใหม่ ที่ในอนาคต อาจจะก้าวไปสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ประเทศชาติเหมือนอย่างที่คุณพ่อของเธอเคยสร้างเอาไว้ก็เป็นได้...




ถาม : สวัสดีครับ แนะนำตัวเองหน่อยครับ
น้องหยก : สวัสดีค่ะ ชื่อ นางสาว วรณัฐย์ ขำเปี่ยม ตอนนี้อายุ 16 ปีค่ะ ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ ค่ะ

ถาม : ตอนเด็ก ๆ น้องหยก เป็นเด็กยังไงครับ ?
น้องหยก : หยกก็เหมือนเด็ก ๆ ทั่วไปนะคะ ซนไปตามประสา แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ ที่จำได้ขึ้นใจเลยก็คือ เตะบอลตั้งแต่เด็ก เพราะเมื่อก่อนพ่อกับแม่จะพาไปสนามบอลตลอด ตอนที่พ่อเป็นโค้ชหรือตอนไปดูพี่ชายซ้อมบอล พอเขาเลิก เราก็ลงไปเตะบอลเล่นตามประสาเด็กค่ะ

ถาม : ตอนนั้นรู้หรือยังครับว่า คุณพ่อคืออดีตยอดโกลทีมชาติ ?
น้องหยก : ตอนหยกเกิด คุณพ่อเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว น่าจะเป็นโค้ชให้สโมสรตำรวจอยู่ หยกไม่ทันได้เห็นคุณพ่อเล่นฟุตบอลเลยค่ะ มารู้ความตอนที่พ่อเป็นโค้ชแล้ว น่าจะราวชั้นประถม

ถาม : เพื่อน ๆ หรือคนอื่นรู้จักไหมครับว่าเราเป็นลูกใคร ?
น้องหยก : เพื่อนรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่ตอนแรกไม่รู้ค่ะ แต่พอกลับไปถามพ่อแม่เพราะนามสกุลคุ้น ๆ เขาถึงรู้ว่าเราเป็นลูกคุณพ่อ ส่วนใหญ่คนที่รู้จะเป็นคุณครูค่ะ พวกครูพลศึกษาที่ชอบดูฟุตบอล ชอบฝากไปขอลายเซ็นคุณพ่อ ฝากไปขอเสื้อ ขอรูปเป็นประจำค่ะ



ถาม : คุณพ่อดุไหมครับ ?
น้องหยก : คุณพ่อไม่ดุค่ะ ออกจะตามใจลูกสาวมากด้วย กับหนู พ่อใจดีมาก ขออะไรได้หมด อยากได้เงิน อยากได้ของอะไร คุณพ่อก็ซื้อให้ อาจเพราะเป็นลูกสาว และเป็นคนเล็กด้วยมั้งคะ

ถาม : เคยอยากเล่นฟุตบอลเหมือนคุณพ่อไหมครับ ?
น้องหยก : หยกไม่เคยอยากเป็นนักฟุตบอลเลยค่ะ แต่ชอบดูมาก ถ้ามีโอกาสจะไปดูทุกสัปดาห์ เพราะเราไปกันทั้งบ้าน ไปทั้งตอนคุณพ่อคุมทีม อย่างตอนพ่อคุมทีมชาติฟุตบอลหญิง ก็ตามไปดูตลอด แล้วพอพี่ชาย (สหวิช ขำเปี่ยม) มาเป็นนักฟุตบอลเหมือนคุณพ่อด้วย ก็เลยได้ตามไปเชียร์ทุกสนามค่ะ

ถาม : ไม่อยากเล่นฟุตบอล แล้วกิจกรรมพิเศษชอบอะไรครับ ?
น้องหยก : ตอนเรียนก็มีแข่งกีฬานะคะ อย่างกีฬาสี เล่นกรีฑา แชร์บอล หยกได้เหรียญทองวิ่งด้วย อย่างอื่นก็ชอบตีขิม แล้วตอนเด็ก ๆ ที่ชอบมากอีกอย่างก็คือการทำขนม ดูจากยูทูบ อยากทำเค้กรูปการ์ตูน อยากเป็นเชฟทำขนมมาก ยิ่งได้มีโอกาสลองทำกับคุณยายช่วงปิดเทอมยิ่งชอบค่ะ

ถาม : แล้วคิดว่าอะไรที่เราชอบที่สุดครับ ?
น้องหยก : พอโตขึ้น หยกชอบภาษาจีนค่ะ เพราะที่โรงเรียนจะสอนภาษาจีนมาตั้งแต่มัธยมต้น เรียนแล้วรู้สึกชอบ แม้จะเป็นแค่ขั้นพื้นฐานก็ตาม รู้สึกว่าเหมาะกับเรามากกว่าคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ ก็เลยเลือกเรียนศิลป์ภาษาจีนค่ะ



ถาม : เห็นบอกว่าชอบจริงจังเลยหรือครับ ?
น้องหยก : ตอนเรียน ม.ต้น ในโรงเรียน เขาจะสอนแค่เบสิกพื้นฐาน ขั้นต้น เท่านั้น แล้วเราชอบก็เลยสนใจเรียนต่อมาเรื่อย ๆ จนขึ้น ม.ปลาย และเริ่มออกไปหาเรียนเสริมด้วยตัวเองกับ “เหล่าซือ” หรืออาจารย์สอนภาษาจีนโดยเฉพาะ แต่เรียนออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นซูมแบบตัวต่อตัว ไม่ต้องไปหาเหล่าซือที่หนูเรียนด้วยเขาเก่งมาก เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เคยไปอยู่ที่จีนด้วย แล้วเขาไม่ได้สอนแค่ในตำรา แต่สอนด้านอื่นด้วย ทั้งสังคม วัฒนธรรมของจีน คำไหนพูดหรือใช้ในชีวิตจริงได้บ้าง เมืองจีนที่แท้จริงเป็นยังไง เราก็เลยสนุกไปด้วย แล้วก็เลยชอบมาก

ถาม : หลงเสน่ห์ที่ตัวภาษาหรือความเป็นจีนมากกว่ากันครับ ?
น้องหยก : หยกชอบตัวภาษาของเขาด้วยค่ะ คือหยกเรียนจีนกลางที่ใช้ได้ทั่วไป มันอาจจะยาก เพราะเป็นขีด ๆ และตัวเยอะ ตอนนี้หยกก็ยังฟังไม่ค่อยออกเท่าไหร่ เพราะฟังยากมาก ต้องฝึกอีกเยอะ ต้องเรียนรู้อีกเยอะค่ะ แต่คิดว่าน่าจะเรียนทางนี้ต่อไป เพราะน่าจะมีโอกาสใช้เยอะในอนาคต ถ้าหากเป็นไปได้ ก็อยากจะเป็นครูสอนภาษาจีนด้วยค่ะ เพราะเราชอบ และอนาคตน่าจะไปได้ดี

ถาม : ไม่ชอบภาษาเกาหลีหรือครับ ได้ข่าวว่าชอบฟังเพลง-ดูซีรีส์เกาหลี ?
น้องหยก : ชอบค่ะ ชอบวง BTS มาก ๆ ๆ ซีรีส์เกาหลีก็ชอบดูค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบพวกที่กำลังดัง และเป็นกระแสอยู่ตอนนั้น ส่วนใหญ่หยกชอบดูซีรีส์พวกหมอผ่าตัดเลือดสาดประมาณนั้นค่ะ คุณพ่อเคยมานั่งดูด้วยช่วงหนึ่ง ปรากฏ พ่อต้องปิดตา เพราะเลือดเยอะ คุณพ่อกลัวเลือดแต่ภาษาเกาหลี หยกก็หาเรียนด้วยตัวเองนะคะ หาทางออนไลน์กับยูทูบนี่แหละค่ะ ก็พอจะฟังออก รู้เรื่องอยู่บ้าง หยกว่า ภาษาเกาหลีฟังออกง่ายกว่าภาษาจีน อาจเพราะจีนมันมีขีด ๆ มาผสมกันเยอะก็เลยยาก แต่เกาหลีจะเข้าใจง่ายกว่า ฟังรู้เรื่องง่ายกว่า

ถาม : แล้วกับครอบครัว ว่าง ๆ ชอบทำกิจกรรมอะไรกันครับ ?
น้องหยก : บ้านเราจะชอบไปเที่ยว กางเต็นท์กันค่ะ อย่างล่าสุดก็เพิ่งไปกาญจนบุรีมา แล้วเราจะไปกันหมดบ้านเลย ทั้งพ่อ แม่ พี่ชาย และแฟนพี่ ซึ่งสนิทกับหนูมากด้วย บ้านเราไม่มีใครกินเหล้า สูบบุหรี่ ก็เลยชอบกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับธรรมชาติ ชอบไปนั่งคาเฟ่สวย ๆ คุณพ่อก็นั่งเขียนงานไป พวกเราก็เล่นกันไป มีความสุขมากค่ะ เป็นครอบครัวที่หนูรู้สึกว่าให้ความอบอุ่นกับหนูมาก ๆ



ถาม : พี่ชายก็เป็นนักฟุตบอล ได้ตามไปดูพี่ชายแข่งไหมครับ ?
น้องหยก : ไปค่ะ ไปดูเป็นประจำ บ้านเราทำมาตั้งแต่ยังเด็ก ถ้าพี่แข่งก็จะไปดูด้วยกันตลอด อย่างตอนนี้ พี่อยู่ทีมสุพรรณบุรี เราก็จะตามเชียร์สุพรรณฯ เมื่อก่อนก็ตามเชียร์ทีมที่พี่อยู่มาตลอดค่ะ 

ถาม : กับพี่ชายสนิทกันมากไหมครับ ?
น้องหยก : สนิทกันมากค่ะ ถึงจะห่างกัน 10 ปี เดินไปไหนคนยังนึกว่าเป็นแฟนกัน แต่พี่หนูเขาจะเข้มงวดมาก บางทีมากกว่าพ่อแม่อีกค่ะ พี่เขาเป็นคนเก่ง จบนิติศาสตร์ ตอนเรียนมัธยมก็ได้เกรดดีถึงขนาดติดบอร์ดของโรงเรียน เขาชอบหาความรู้เอง อย่างไปอยู่ทีมไหนแล้วมีโค้ชต่างชาติเข้ามา เขาก็จะหาเรียนภาษานั้นเพื่อให้สื่อสารเข้าใจ เป็นคนเป๊ะมาก และหัวดีมาก มีแต่คนบอกว่า ถ้าหากไม่เป็นนักบอลก็ไปเป็นหมอได้เลย หนูก็เลยเหมือนได้คุณพ่อเพิ่มมาอีกคนค่ะ

ถาม : หลังจากนี้มีแผนจะทำอะไรต่อไปครับ ?
น้องหยก : หนูก็คงตั้งใจเรียนให้จบ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำงานด้านภาษาค่ะ โดยเฉพาะภาษาจีน เพราะหนูชอบและสนใจ แต่หนูก็มีอย่างอื่นที่สนใจเหมือนกันอีกเยอะเลยค่ะ เช่นเรื่องทำขนมเป็นต้น อยากจะทำหลายอย่างเลยค่ะ แต่ตอนนี้ก็ต้องตั้งใจเรียน ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก่อน แล้วอนาคตก็จะดีเองค่ะ

อ่านจบแล้ว ทุกท่านคงรู้สึกเหมือนกับเราว่า เด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมดา และได้รับการอบรมเลี้ยงดูสั่งสอนเป็นอย่างดีจากครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งมีหัวหน้าครอบครัวชื่อ พ.ต.อ.ชัยยง ขำเปี่ยม อดีตผู้รักษาประตูระดับตำนานของทีมชาติไทยของเรา ผู้ที่ตอนนี้มีชื่อตำแหน่งยาวเฟื้อยว่า ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 8 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ท้ายนี้ จึงต้องขอบคุณ “พี่ยง” อีกครั้ง ที่ให้โอกาสเราพูดคุยกับลูกสาวคนสวย และขอบคุณเช่นกันที่อบรมเลี้ยงดู “น้องหยก” จนเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวไปพัฒนาประเทศชาติต่อไป.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น