อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

แนะเคล็ด(ไม่)ลับฟื้นสภาพผิว กระจ่างใสหลังสนุกกลางแจ้ง

“ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.00 น.


ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากการทำงานที่บ้าน (Work from home) แล้วก็มีกิจกรรมที่สามารถทำได้โดยเป็นการรักษาระยะห่างและดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ อย่างการเล่น “เซิร์ฟสเกต” (Surf skate) กิจกรรมกลางแจ้งที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะทั้งการทรงตัว พละกำลัง และสมาธิ
 
ทราบหรือไม่ว่าในระหว่างที่สนุกกับกิจกกรรมกลางแจ้งอยู่นั้น ผิวอาจต้องเผชิญกับความอ่อนล้า แห้งกร้าน หมองคล้ำ ดูไม่สดใส แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำ “วิธีฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง”



โดย แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ได้แนะเคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิว หลังเผชิญแสงแดดร้อนจัด ว่า “แสงแดดนั้นจริงๆ แล้วก็มีทั้งประโยชน์และโทษในระดับที่แตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนแรงอยู่เป็นประจำและต่อเนื่อง ความร้อนของแสงแดดนั้นก็สามารถทำร้ายผิวและก่อให้เกิดอาการรุนแรงต่างๆ ได้ เช่น อาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ทำให้ผิวมีสีแดง เจ็บและพุพอง อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมง หลังจากนั้น ผื่นแพ้แดด โดยมีอาการผื่นแดงและคันเกิดขึ้นเนื่องจากการสัมผัสกับแสงแดด
 
สิวผด ที่จะเกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีรวมกับส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของไขมันบริเวณรูขุมขน พบได้ประมาณ 1-2% ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงโรคผิวหนังที่รุนแรงบางชนิด อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) และโรคมะเร็งผิวหนัง



ระดับความรุนแรงของแสงแดดที่ทำอันตรายต่อผิวสามารถส่งผลกระทบได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่
 
ระดับแรก ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และเกิดอาการเจ็บปวดหรือแสบผิวเล็กน้อย เมื่อผ่านไป 3-5 วัน ผิวจะลอกตามกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับได้เอง
 
ระดับที่ 2 ผิวมีอาการแสบคัน บวมแดง และรู้สึกเจ็บปวดเมื่อสัมผัสผิวบริเวณที่เกิดการไหม้แดด ต้องใช้ระยะเวลา 5-7 วันในการเฝ้าระวังและฟื้นบำรุงเพื่อให้ผิวกลับมาเป็นปกติ
 
ระดับที่ 3 ผิวมีอาการปวดแสบปวดร้อนมากกว่าปกติ มีอาการแดง คัน และมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้น ซึ่งในระดับนี้ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ และหาแนวทางการดูแลรักษาผิวไหม้แดดอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ในการฟื้นบำรุงผิวไหม้แดดและหมองคล้ำ



ส่วนอันตรายต่อผิวในระยะยาวนั้น มักจะพบปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอและเกิดจุดด่างดำ ถ้าในระดับที่มีความรุนแรงมากอาจก่อให้เกิด มะเร็งผิวหนัง ได้ สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานจนผิวไหม้แดด สิ่งที่ควรระวัง คือ ไม่ควรแกะ เกา หรือลอกผิวหนัง เนื่องจากผิวมีความเปราะบางและไวต่อการระคายเคือง
 
ในบางกรณีอาจมีตุ่มใส ไม่ควรเกาหรือเจาะตุ่มน้ำออก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ควรปล่อยให้ตุ่มยุบหรือแตกเองตามธรรมชาติ หรือปรึกษาแพทย์หากมีอาการที่รุนแรง ควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA เพราะจะยิ่งกระตุ้นการไหม้ของผิวไปอีก แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้ชโลมให้ผิวเย็นก่อน แล้วค่อยทาครีมบำรุงให้ผิวในขั้นตอนต่อไป



นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ก็สามารถช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดอย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก (Deep nourishment) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียจากแสงแดดได้ดี ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin)
 
สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือ สารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น
 
นอกเหนือจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วยคือ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน จึงจะสามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง..



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น