อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

คู่รักนักกอล์ฟ "โปรทีม-น้องมิ้นท์" เพราะความรักชนะทุกอย่าง....

เพราะความทุ่มเทและมุ่งมั่น “ทีม-มิ้นท์” กว่าจะมายืนจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งเรื่องกอล์ฟและความรัก อังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น.


จากเด็กที่ครอบครัวไม่สนใจ “กอล์ฟ” แต่ “กอล์ฟ” กลับทำ ให้ทั้งคู่พบกัน จากหนุ่ม-สาวที่สับสนกับอนาคต “ความรัก” ประคับประคองให้ผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ และจากคู่บ่าว-สาวที่กำลังจะจูงมือกันเข้าประตูวิวาห์ “โชคชะตา” กลับส่งโรคระบาดมาเลื่อนงานไปแล้วหลายรอบ

ทั้งหมดคือชีวิตของคู่รักนักกอล์ฟสุดทรหด “ทีม-มิ้นท์” รัฐธีร์ ศิริธนากุลศักดิ์ และ นภั​สนันท์ ก้องเกียรติไกร ที่วันนี้ เราจะไปเปิดใจพวกเขาว่า กว่าจะมีวันนี้ ทั้งคู่ผ่านอะไรมาบ้าง และต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ทำให้ท้อแท้แค่ไหน
        
รวมถึง ทำไม ถ้าหัวใจมีความรัก และความปรารถนาดีต่อกันอย่างแท้จริง คุณจะสามารถก้าวข้ามทุกอย่างไปได้ ไปฟังเรื่องราวความรักของทั้งคู่กัน....
        
ทีมรัฐธีร์ ศิริธนากุลศักดิ์ เป็นเด็กต่างจังหวัด บ้านเกิดอยู่ปราจีนบุรี วันหนึ่ง เขาตามคุณแม่ไปห้างสรรพสินค้า และในขณะที่คุณแม่กำลังเลือกซื้อไม้แบดมินตัน เด็กน้อยในวัย 12 ขวบ กลับให้ความสนใจไม้ที่มีก้านเหล็กยาว และมีหัวโต ๆ อย่างไม้กอล์ฟ จึงรบเร้าขอให้แม่ซื้อให้
        
นับจากวันแรกที่รู้จักกอล์ฟ “ทีม” ก็หลงรักมัน เด็กน้อยซุ่มซ้อมอยู่คนเดียว ที่บ้านบ้าง สนามไดร์ฟบ้าง จนครอบครัวเห็นถึงความมุ่งมั่น จึงตัดสินใจส่งเข้าเมืองกรุงมาเรียนรู้การเล่นกอล์ฟที่ถูกต้องจากโปรมืออาชีพ
        
และที่นี่เองที่ “ทีม” ได้เจอกับ มิ้นท์นภัสนันท์ ก้องเกียรติไกร เป็นครั้งแรก เพราะเด็กสาวชาวกรุง ที่คนในครอบครัว ไม่มีใครเล่นกอล์ฟเลยเช่นกัน อยากจะใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมมาลงคอร์สเรียนกอล์ฟสั้น ๆ
      

  
ตอนแรกที่เจอกัน เขาชอบแกล้งเราตลอด แกล้งแรงด้วย ถึงขั้นเตะบอลอัด เราก็เลยโกรธ แต่เขากลับยิ่งแกล้งมากขึ้น กลายเป็นเรื่องสนุกไปอีกน้องมิ้นท์ เริ่มต้นเล่าให้ฟัง
        
ส่วนทีม พูดถึงการเจอกันครั้งแรกว่า “ที่แคมป์ เขาให้เด็กมาฝึกร่วมกัน แต่ของผมจะเป็นคนละคอร์สกับ มิ้นท์ เพราะผมจะอยู่ประจำ แต่มิ้นท์จะมาเป็นระยะ และต้องเรียนควบคู่ไปด้วย เจอตอนแรก ผมก็ปิ๊งเลย แต่ยังเด็กอยู่ก็เลยไม่ได้อะไร”
        
อาจด้วยพรสวรรค์ และความมุ่งมั่น ทีม เป็นนักกอล์ฟรุ่นใหม่ที่มีแววคนหนึ่ง และไปเข้าตา บุญชู เรืองกิจ “อาชู” จึงชวนไปอยู่ในแคมป์เก็บตัว ภายใต้ชายคาของ “สิงห์” ตอนอายุแค่ 14-15 ปี
        
“ตอนอยู่กับ อาชู และสิงห์ ทุกอย่างเหมือนนักกีฬาอาชีพ ต้องเข้าฟิตเนส ต้องซ้อมหนัก และเขาจะพาเราตระเวนไปแข่งขันตลอด อย่างจูเนียร์เวิลด์เป็นต้น อยู่ได้ 1-2 ปี อาชู ก็พาไปคัดทีมชาติ ปรากฏว่าติด ตอนนั้น ผมอายุ 16 ย่าง 17 มีโอกาสไปแข่งซีเกมส์ 2007 ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ผมโชคดี ได้เหรียญทอง ทั้งประเภทบุคคล และทีม”

        
“หลังจากนั้น ผมยังเล่นทีมชาติต่อ แต่พวกรุ่นพี่ในทีมอย่าง พี่อาร์ม (กิรเดช อภิบาลรัตน์) เขาไปเทิร์นโปรแล้ว ตอนนั้น มิ้นท์ ก็ขึ้นมาติดทีมชาติพอดี ก็เลยได้เจอกันอีกครั้ง คราวนี้ เริ่มเป็นหนุ่มแล้ว ก็เลยได้คุยกันมากขึ้น มีโอกาสเรียนรู้กันมากขึ้น”
    

    
ด้าน มิ้นท์ เล่าให้ฟังว่า “พอเรียนกอล์ฟไปได้สักพัก เริ่มรู้สึกสนุก และคิดว่าพอเล่นได้ ก็เลยเปลี่ยนไปเรียนกับโปรคนอื่นอีกหลายคน และเขาก็พาเราไปตระเวนแข่งที่ต่าง ๆ จนได้ติดทีมชาติ และได้เจอพี่ทีมอีกครั้ง แต่จังหวะเวลาไม่อำนวยเท่าไหร่ มิ้นท์ เลยไม่ได้เล่นให้ทีมชาติเลย เพราะหลังจากนั้น คุณพ่อก็ส่งไปเรียนที่อเมริกา ส่วนพี่ทีมเขาก็เริ่มเทิร์นโปรแล้ว
        
แต่แล้วอยู่ดี ๆ เส้นทางการเล่นกอล์ฟที่กำลังจะรุ่งโรจน์ของทีม กลับต้องพบกับอุปสรรค เมื่อ เขาจับได้ใบแดง จึงต้องไปเป็นทหารเป็นเวลา 2 ปี การตระเวนแข่งขันจึงต้องหยุดไปโดยปริยาย เพื่อไปทำหน้าที่รับใช้ชาติ แถมเส้นทางรัก ก็ต้องเจอบทพิสูจน์สำคัญ เมื่อ มิ้นท์ ต้องไปเรียนอเมริกาถึง 2 ปี
        
“ตอนเพิ่งเริ่มเทิร์นโปรราวปีค.ศ. 2009 ผมจับทหารได้ เลยต้องเลิกกอล์ฟไปเลย 2 ปี วงหายเกลี้ยง กว่าจะออกมาก็ต้องรื้อใหม่หมด ตอนแรกตีไม่ได้เลย ตีลูกครั้งแรก ไปแค่ไม่กี่หลา”
        
ด้านฝ่ายหญิงอย่างน้องมิ้นท์ ด้วยวัยแค่ 15 ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่ต้องบินไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาคนเดียว เธอต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างยิ่ง แถมครอบครัวยังเลือกโรงเรียนกีฬาที่มีชื่อเสียงอย่าง “IMG” ทำให้ชีวิตตอนนั้น ค่อนข้างหนักหน่วง ทั้งการเล่นกอล์ฟ และการเรียน
        
“ความจริงแล้ว ตอนที่จบจาก IMG มีมหาวิทยาลัยดัง ๆ ในอเมริกา เสนอทุนนักกีฬาให้หนูไปเรียนหลายที่ เพราะช่วงนั้นหนูตระเวนแข่งระดับเยาวชนเยอะ และผลงานค่อนข้างโอเค คุณพ่อก็อยากให้เรียนที่โน่นต่อ แต่พอปิดเทอมได้กลับมาไทย หนูไม่อยากกลับอเมริกาแล้ว เพราะตอนนั้น คิดว่า เราก็ตีใช้ได้ เลยอยากจะลองเทิร์นโปรเลย”
        
“ผลงานตอนเทิร์นโปร ก็ถือว่าใช้ได้นะคะ หนูตระเวนแข่งหลายทัวร์เลย ทั้งไทยแลนด์ เลดีส์ ทัวร์จีน และ ไต้หวัน ซึ่งก็คว้าแชมป์มาได้ทุกทัวร์ และเคยลองไปเล่นที่ยูโรเปี้ยน ทัวร์ ด้วย”
        
แมตช์ที่ประทับใจที่สุดก็คือ ไทยแลนด์เลดีส์ โอเพ่น 2011 ซึ่งเป็นเอเชี่ยน ทัวร์ แมตช์แรก ตอนนั้น หนูต้องเพลย์ออฟกับนักกอล์ฟเกาหลีใต้ถึง 9 หลุม เล่นกันจนมืด เขาบอกว่า ถ้าหากหลุมนี้ยังไม่จบ ก็จะให้ชิพ-พัตต์ตัดสินแล้ว แต่หนูมาได้เบอร์ดี้พอดี ทำให้ได้แชมป์ และได้แข่งเอเชี่ยน ทัวร์ ต่อไป
        
หลังออกจากค่ายทหาร แม้ว่า วงสวิงจะหายไปเกือบหมด แต่ “โปรทีม” ตั้งใจแล้วว่าจะกลับมาแข่งขันอย่างจริงจังอีกครั้ง เขาจึงมุ่งมั่นทุ่มเทให้แก่การฝึกซ้อมอย่างหนัก และกลับไปเข้าโหมดนักกีฬาอาชีพเต็มตัว
            
กำลังใจที่ดีที่สุดของ ทีม ในช่วงนี้ ก็คือ มิ้นท์ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่ทุกอย่างจะกลับคืนมาภายในเวลาไม่กี่ปี แถมยังต้องลงแข่งขันกับบรรดายอดโปรระดับประเทศ ที่ซ้อม และเล่นต่อเนื่องมาตลอด
            
“ผมซ้อมหนักมาก แต่ มิ้นท์ ก็คอยเป็นกำลังใจตลอด ช่วยผลักดันให้ผมกลับมาให้ได้ พาไปหาโปรใหม่ ๆ ลองฝึกกับคนโน้นคนนี้ดู เผื่อว่าจะคลิกกับเรา และกลับมาเล่นกอล์ฟได้เร็วขึ้น ผมต้องใช้เวลาอยู่ถึงราว ๆ 3 ปี ทุกอย่างก็เริ่มจะกลับมาได้”
            
ช่วงนั้น ผมไม่มีสปอนเซอร์เลย ต้องลุยเองหมด แต่โชคดีได้ ปตท. เข้ามาสนับสนุน ทั้งที่ผลงานก็ไม่ดี ตกรอบเกือบทุกรายการ ผมเลยคิดว่าต้องทำผลงานให้ดี เพื่อทดแทนพวกเขา มิ้นท์ ก็พยายามผลักดัน บอกว่าอย่าท้อ แต่ก็ต้องผิดหวังตลอด
            
“ตอนนั้นท้อมาก บางครั้ง ผมร้องไห้คนเดียว ภายนอกผมจะดูเป็นคนสนุกสนาน แต่จริง ๆ แล้วผมเป็นคนเครียดมาก เคยท้อแท้มาก ยังดีที่ได้มิ้นท์ และผู้ใหญ่หลายคนช่วยเตือนสติ ให้ข้อคิดดี ๆ และให้กำลังใจ ผมเองก็พยายามซ้อมให้หนักขึ้น ทำให้ดีขึ้นทุกวัน พยายามทำซ้ำในสิ่งที่เราอยากได้ไปเรื่อย ๆ เพื่อไปอยู่ในจุดนั้นให้ได้”
            
“อาจเพราะโชคเข้าข้างด้วยก็ได้ ในรายการหนึ่งที่แม่โจ้ อยู่ดี ๆ ผมก็ตี 20 กว่าอันเดอร์ฯ และได้เพลย์ออฟกับพี่โจ๊ก (ชัพชัย นิราช) แต่หลุมสุดท้าย ผมออกโบกี้ ก็เลยไม่ได้แชมป์ แต่ อาชู มาเห็น และอยากพากลับเข้าสิงห์อีกครั้ง แต่มีข้อแม้ว่าผมต้องได้แชมป์สักรายการ จะได้มีผลงานไปให้เขาดู”
           
พอดี อาชู จัด บุญชู เรืองกิจ อินวิเตชั่นแนล ครั้งแรก ที่แรนโช ชาญวีร์ ผมเลยได้ลงแข่ง และคว้าแชมป์ได้ ทำให้กลับมาเชื่อมั่นใน
ตัวเองอีกครั้่งว่าเรายังทำได้ ความรู้สึกเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง ทำให้เหมือนได้เกิดใหม่เลยครับ

        
“หลังจากนั้น ผมก็ไปควอลิฟายหลายทัวร์ ทั้งเอเชี่ยน ทัวร์ และที่จีน ลองมาหมดแล้ว จนได้เล่นประจำในเอเชี่ยน ทัวร์ อยู่ 7-8 ปี และตอนนี้ เล่นอยู่ในไทยเป็นหลักครับ”
        
อุปสรรคความรักของทีม-มิ้นท์ไม่ได้มีแค่นี้ เพราะในช่วงวัยรุ่นโปรทีมถือว่าเฮ้วเอาเรื่อง เขาบอกว่า เมื่อก่อน เคยเกเรแบบสุด ๆ และกว่าจะกลับเนื้อกลับตัวได้ ก็ต้องใช้ความพยายามมากทีเดียว โดยมีกำลังใจจาก มิ้นท์ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดัน
        
“ตอนนั้น เฮ้วมาก อยากจะดูเจ๋ง เห็นผู้ใหญ่ทำอะไร ผมทำหมด ไม่กลัวอะไรเลย ไม่ค่อยคิดอะไรด้วย เรียกว่าเกเรสุด ๆ ใครเตือนก็ไม่ฟัง แต่พอโตขึ้น ได้เข้าไปเกณฑ์ทหาร ก็ต้องมีระเบียบมากขึ้น จะเฮ้วไม่ได้เหมือนเดิม ต้องมีระเบียบวินัย”
        
“มิ้นท์ คอยอยู่เคียงข้างตลอด ตอนนั้นเราอายุน้อยกันอยู่ก็จริง แต่ชีวิตนักกีฬามันเหนื่อยมาก ต้องซ้อมตลอด ต้องมีวินัยสุด ๆ เขาก็จะช่วยบอก ช่วยเตือนเราทุกเรื่อง ชวนเราออกกำลังกาย ไปฟิตเนส หาโค้ชใหม่ที่เก่ง ๆ และทดลองอะไรใหม่ ๆ เพื่อให้กลับมามีผลงานดีที่สุด”
             
ส่วน มิ้นท์ หลังจากเล่นกอล์ฟได้ราว 7-8 ปี ก็ตัดสินใจเลิกเล่น เพราะช่วงหลังผลงานไม่ค่อยดี บวกกับมีอาการบาดเจ็บ และต้องช่วยธุรกิจของครอบครัวด้วย แต่ทุกอย่างที่ทำมา เธอไม่เคยนึกย้อนกลับไปเสียใจ เพราะได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองแล้ว
              
ปัจจุบัน ทีม กับ มิ้นท์ จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และวางแผนจะจัดพิธีมงคลสมรสหลายครั้ง แต่ก็ติดตรงโควิดไม่ยอมหายไปเสียที จึงเพิ่งจัดได้แค่พิธีหมั้น ส่วนงานใหญ่ต้องเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด
        
มิ้นท์ เล่าให้ฟังว่า “ทุกวันนี้อยู่ด้วยกัน ยังดูแลกันเหมือนเดิม คุยกันตอนเช้าและก่อนนอนทุกวัน เขาก็ยังดูแลเอาใจใส่เราเหมือนเดิม ชอบที่เขาคงเส้นคงวา และเป็นคนตลก อยู่ด้วยแล้วมีความสุข”
        
ส่วน ทีม บอกสิ่งที่ยังไม่เคยบอกใคร แม้แต่กับ มิ้นท์ ว่าเรื่องนี้ แม้แต่ มิ้นท์ ผมก็ยังไม่เคยบอก คือผมชอบเขาตรงไหน อย่างแรกเลยก็คือ เขาเป็นคนดี คอยดูแลเราดีมาก ตอนยังไม่หมั้น ผมอยู่คอนโดคนเดียว ก็มีช่วยดูแลทุกอย่าง จนปัจจุบันก็ยังเหมือนเดิม อยู่กันมา 10 ปี เขาไม่เคยไม่หวังดีต่อผม และเป็นคนหนึ่งที่รักผม เขาจึงเป็นคนที่ผมรักที่สุดเช่นกัน” 
        
ตอนนี้ รายได้หลักของ ทีม ยังคงมาจากการแข่งขันกอล์ฟ และเจ้าตัวก็บอกว่า ตั้งใจจะอยู่ในจุดนี้ต่อไปอีกนาน เพราะคิดว่าอายุยังไม่เยอะ และกอล์ฟเป็นกีฬาที่เล่นได้นาน
        
“ตอนนี้ กอล์ฟยังเป็นหลักของผม ผมคิดว่ายังเล่นได้อีกนาน และตัวเองก็ยังอายุไม่เยอะนัก จะพยายามมุ่งมั่น ทำให้ดีที่สุดต่อไปในทุกรายการ ตอนนี้ ผมก็ยังซ้อมกอล์ฟอย่างหนัก รอโควิดหาย ก็จะกลับมาแข่งขันอย่างจริงจัง”
    
ส่วนเรื่อง “ทายาท” ทีมกับมิ้นท์ บอกว่า วางแผนไว้ว่าจะมีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ ยังขอมุ่งมั่นกับการทำหน้าที่ของแต่ละคน และสนุกสนานกับชีวิตตามประสาหนุ่มสาวก่อนสักระยะ รอจนถึงเวลาที่เหมาะสม ก็จะมีน้องให้พวกเราได้ชื่นชมกันแน่นอน
             
กว่าจะมาถึงวันนี้ คู่รักนักกอล์ฟ “ทีม-มิ้นท์” ผ่านอะไรมาเยอะ และแน่นอนว่า หลังจากนี้ ก็คงต้องเผชิญหน้ากับโจทย์ที่ท้าทายอีกนับไม่ถ้วน แต่ตราบใดที่หัวใจรัก ทั้งคู่ก็พร้อมจะสู้ร่วมกัน เพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่างไปได้
             
เพราะความรักนั้นชนะได้ทุกอย่างจริง ๆ.
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 73